รายงานชี้ ชาวเยเมน 10,000 กว่าคน ตกเป็นเหยื่อการโจมตีของซาอุดิอาระเบียและพันธมิตรตะวันตก

340

ตามสถิติของแคมเปญรณรงค์ต่อต้านการค้าอาวุธจากปี 2015  ถึงตอนนี้มีชาวเยเมนเสียชีวิตแล้วกว่า 10,000 คน จากการโจมตีของซาอุดิอาระเบียและพันธมิตร

ตามที่แคมเปญรณรงค์ต่อต้านการค้าอาวุธได้ออกมาร้องเรียน เครื่องบินขับไล่ไอพ่นและเครื่องบินทิ้งระเบิดซาอุดิอาระเบียที่ได้ซื้อมาจากรัฐบาลอังกฤษถูกนำมาใช้ในการโจมตีพลเมืองชาวเยเมน

แคมเปญดังกล่าวได้ทำการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอังกฤษที่ได้ออกใบอนุญาตขายอาวุธไปยังประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตามรายงานและตามสถิติของแคมเปญรณรงค์ต่อต้านการค้าอาวุธเผยว่า นับจากปี 2015  ถึงตอนนี้ มีชาวเยเมนเสียชีวิตแล้วกว่า 10,000 คน จากการโจมตีของซาอุดิอาระเบียและพันธมิตร

ในการนี้ ศาลสูงของอังกฤษได้ปฏิเสธการร้องเรียนของกลุ่มนักสิทธิมนุษย์ชนที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษหยุดการขายอาวุธให้กับระบอบซาอุดิอาระเบีย

ศาลสูงอังกฤษได้ตัดสินเมื่อวันจันทร์ที่(10 กรกฎาคม)ผ่านมาว่า การส่งออกอาวุธของสหราชอาณาจักรไปยังซาอุดิอาระเบียดำเนินการได้ โดยไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายหลังจากถูกกลุ่มนักเคลื่อนไหวกล่าวหาว่า อาวุธถูกดังกล่าวจะถูกใช้เพื่อละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศในการทิ้งระเบิดในเยเมน

Lord Justice Burnett กล่าวในศาลสูงกรุงลอนดอนว่า  เราได้ข้อสรุปว่าการตัดสินใจที่สำคัญของรัฐนั้นถูกต้องตามกฎหมาย เราจึงยกคำร้อง

เขากล่าวเพิ่มว่าข้อมูลที่ปรากฏไม่มีความชัดเจนว่า “อาวุธเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในการฝ่าฝืนกฎหมายด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง”

อังกฤษถือเป็นชาติรายใหญ่ที่สุดในการขายอาวุธและยุทโธปกรณ์ให้กับระบอบซาอุดิอาระเบีย  หลังจากเกิดสงครามในเยเมนและการเข่นฆ่าพลเรือนโดยซาอุดิอาระเบียและพันธมิตร ทำให้ประเด็นนี้ได้กลายเป็นความท้าทาย ระหว่างกลุ่มต่อต้านสงคราม บรรดาผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนและรัฐบาลอังกฤษ

นับตั้งแต่เริ่มต้นความตึงเครียดในเยเมน อังกฤษได้รับการอนุญาตให้ขายอาวุธจำนวนมากไปยังซาอุดิอาระเบีย รวมทั้ง เครื่องบินรบ อากาศยานไร้พลขับ และขีปนาวุธ

ทางแคมเปญรณรงค์ต่อต้านการค้าอาวุธ ได้ตระหนักในเรื่องเกี่ยวกับวิกฤตในเยเมนและบทบาทของอังกฤษ จึงมีการนำเสนอในประเด็นที่เป็นไปได้ว่า การขายอาวุธให้ซาอุดีอาระเบียนั้นเป็นการละเมิดกฎของสหภาพยุโรปและอังกฤษ

 

Source: fa.alalam.ir