ศรัทธาชนนับล้าน ร่วมสดุดีเหตุการณ์ “ปฏิวัติแห่งเลือดเหนือคมดาบ” ของ “ฮูเซน”- ประมุขแห่งสรวงสวรรค์

"ตายอย่างมีเกียรติ ย่อมดีกว่า การมีชีวิตอยู่อย่างอัปยศ" - อิมามฮูเซน บิน อะลี (อฺ)

521

มุสลิมชีอะฮ์ร่วมชนต่างศาสนิกนับล้าน รวมตัวกันรำลึกและสดุดีถึง “วีรกรรมแห่งการพลี” ของหลานชายของท่านศาสดามูฮำหมัด (ศ็อลฯ) แห่งอิสลาม ผู้เป็นประมุขแห่งสรวงสวรรค์ ในวันอาชูรอ ณ กัรบาลา อิรัก

ถนนตรอกซอย ณ แผ่นดินกัรบาลา ประเทศอิรัก ในวันนี้เต็มไปด้วยมุสลิมชีอะฮ์ และผู้ศรัทธาอื่นๆ ในชุดดำ เพื่อร่วมไว้อาลัยให้แก่การพลีอันยิ่งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์อิสลามและมนุษยชาติ
 
วันอาชูรอ คือ วันที่ 10 มุฮัรรอม ตามเดือนอิสลาม หรือ วันอาทิตย์ที่ผ่านมาในปีนี้ เป็นวันครบรอบโศกนาฏกรรมแห่งการพลีของอิมามฮูเซน (อฺ) หลานชายของท่านศาสดามูฮำหมัด (ศ็อลฯ) พร้อมวงวานศ์และสหายร่วมอุดมการณ์ (รวมทารก เด็ก สตรี และคนชรา) ทั้งสิ้น 72 ชีวิต ในสงครามกับกองทัพทหารกว่าสามหมื่นนาย ของผู้ปกครองผู้อธรรม นามว่า ยะซีด ณ แผ่นดินกัรบาลา อิรัก เมื่อ 1400 กว่าปีที่แล้ว
 
การลุกขึ้นยืนหยัดของอิมามฮูเซนในรูปแบบของการพลี ถือเป็นการปฏิวัติสังคม และผู้นำทรราชย์ ในจุดมุ่งหมายเพื่อผดุงไว้ซึ่งสัจธรรม ความยุติธรรมทางสังคม และคำสอนอันบริสุทธิ์ของศาสนาอิสลาม
 
ทั้งนี้มีนักปฏิวัติ (เช่น มหาตะมะ คานธี, เนลสัน แมนเดลา ฯลฯ) และศรัทธาชนทั้งที่เป็นมุสลิม และที่ไม่ใช่มุสลิม นับพันล้านชีวิตทั่วโลก ต่างสดุดี และยกย่องให้เหตุการณ์ดังกล่าว กลายมาเป็นต้นแบบแห่งการปฎิวัติขณะที่ถูกกดขี่และอธรรม และเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อกรกับอำนาจทุจริตและฉ้อฉลจากทุกรูปแบบ ตราบจนถึงทุกวันนี้
 
ผู้ร่วมรำลึก ส่วนมากคือ มุสลิมชีอะฮ์ เนื่องจากว่า อิมามฮูเซน คือ ผู้นำ หรือ อิมามคนที่ 3 ต่อจากท่านศาสดามฺูฮำหมัด (ศ็อลฯ) ตามความเชื่อของพวกเขา จะสวมใส่ชุดดำ เพื่อเป็นสัญลักษ์แสดงความโศกเศร้าให้แก่โศกนาฏกรรมและการพลีดังกล่าว
 
นอกจากนี้ ผู้ร่วมรำลึกจะเดินขบวนจากรอบนอกไปยังสถานที่ฝั่งศพ และภายในสถานที่ฝังศพของท่านอิมามฮูเซน ณ แผ่นดินกัรบาลา ทั้งนี้ประชาชนยังมีการโบกธง สีเขียว แดง และดำ ซึ่งบรรจุชืื่อของอิมามฮูเซน (อฺ) และวีรชนแห่งกัรบาลา พร้อมตะโกนชื่อ และคำสัตยาบันให้แก่อิมามฮูเซน (อฺ) ในฐานะ “นายแห่งการพลี” และคำขวัญต่างๆที่ได้มาจาก วีรชนของขบวนการปฎิวัติแห่งอาชูรอ หรือกัรบาลา ขณะร่วมกันเดินขบวนรำลึก
 
ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ตามแบบฉบับของท่านศาสดามูฮำหมัด (ศ็อลฯ) ที่มุสลิมชีอะฮ์จะทำการรำลึกถึงโศกนาฎกรรมดังกล่าว ผ่านความโศกเศร้า โดยจะมีการอ่าน ‘มุซิบัต’ ซึ่งเป็นการเล่าถึงเรื่องราวความอธรรมและการกดขี่ที่เกิดขึ้นต่อลูกหลานของท่านศาสดาแห่งอิสลามในเหตุการณ์วันอาชูรอ เช่น การเล่าถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ขณะที่กองคาราวานของอิมามฮูเซน (อฺ) ซึ่งมีทารก เด็ก และสตรี ถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้าถึงยังแหล่งน้ำเป็นระยะเวลา 3 วัน ก่อนวันออกสมรภูมิ ณ แผ่นดินทะเลทราย หรือ เหตุการณ์เมื่อครั้งที่อิมามฮูเซน (อฺ) ถูกบั่นศีรษะ ท่ามกลางความหิวกระหาย ขณะที่เรือนร่างของท่านยังเต็มไปด้วยดอกธนู และบาดแผลฉกรรจ์ เป็นต้น
 

การรำลึกผ่านความโศกเศร้า ยังรวมไปถึงการร่ำไห้ให้แก่วีรกรรมอาชูรอ และการ ‘มะตั่ม’ หรือ การตบไปยังหน้าอก พร้อมขานร้องลำนำซึ่งบรรยายถึงความโศกเศร้า และความเด็ดเดี่ยวของอิมามฮูเซน และกองคาราวาน ขณะยืดหยัดต่อต้านความอธรรมในสภาพที่ถูกอธรรมและกดขี่

ขอบคุณวิดิโอจาก: Ahlulbayt.TV