ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ย้ำ โลกอิสลามต้องสร้างอารยธรรมใหม่แห่งอิสลาม

1201

(บรรดาแขกผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาสัปดาห์เอกภาพ ประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าพบท่านผู้นำการปฏิวัติอิสลาม เมื่อวันพุธที่ 29 ธ.ค. )

17 รอบิอุลเอาวัลเป็นวันคล้ายวันประสูติของท่านศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ท่านนบีมุฮัมมัด(ซ็อลฯ) และท่านอิมามญะอ์ฟัรศอดิก(อ) เจ้าหน้าที่ของรัฐ บรรดาแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมประชุมสัมมนาสัปดาห์เอกภาพ คณะทูตประเทศอิสลามและประชาชนจากทุกภาคส่วนจำนวนมากได้เข้าพบอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม

ในการพบปะครั้งนี้ผู้นำการปฏิวัติอิสลามได้กล่าวแสดงความยินดีเนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติของท่านศาสดามุฮัมมัด(ซ็อลฯ)และท่านอิมามญะอ์ฟัรศอดิก(อ) โดยได้ชี้ถึง แรงบันดาลใจทางจิตวิญญาณแห่งวิถีชีวิตที่แท้จริง การฟื้นฟูจิตวิญญาณของโลกที่ตายแล้วและผลกระทบจากผลพวงแห่งยุคอวิชชา ด้วยการปรากฏตัวของอิสลาม การถือกำเนิดของศาสดามุฮัมมัด(ซ็อลฯ) และการประกาศแต่งตั้งเป็นศาสนทูต (บิอ์ษัต) คือภาระหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของโลกอิสลามในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดานักวิชาการและปัญญาชนที่สัจจริงใน “ความเพียรพยายามอย่างขยันขันแข็งและมุ่งมั่นอย่างแท้จริง” ในการสร้างแรงบันดาลใจและเป่าจิตวิญญาณที่แท้จริงของศาสนาอิสลามและจิตวิญญาณในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการกดขี่และการเลือกปฏิบัติและความโหดร้าย

พร้อมกับกล่าวย้ำว่า วันนี้เป็นวันของโลกอิสลามที่สามารถใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับโลกรวมทั้งใช้สติปัญญา หลักเหตุผลและการบริหารจัดการที่รอบคอบและวิสัยทัศน์ (บาศีรัต) ขับเคลื่อนสู่ทิศทางเพื่อสร้าง “อารยธรรมใหม่แห่งอิสลาม”

อายาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า การจัดงานเฉลิมฉลองวันประสูติของท่านศาสดามุฮัมมัด(ซ็อลฯ)นั้นเมื่อเทียบกับภาระหน้าที่ที่คาดหวังจากโลกอิสลามยังถือเป็นเรื่องเล็ก และกล่าวย้ำว่า “วันนี้หน้าที่ของประชาชาติมุสลิมไม่ใช่แค่เพียงการเฉลิมฉลองวันประสูติ (เมาลิด) หรือการแต่งตั้งท่านศาสดาแห่งอิสลาม (ซ็อลฯ) เท่านั้น ทว่าโลกอิสลามจำต้องมุ่งความพยายามของตนให้ไปถึงอารยธรรมใหม่แห่งอิสลาม”

ผู้นำการปฏิวัติอิสลามกล่าวเสริมว่า “อารยธรรมใหม่แห่งอิสลามไม่ได้หมายถึงการรุกรานดินแดนทั้งหลาย การละเมิดสิทธิมนุษยชน การกำหนดบังคับจริยธรรมและวัฒนธรรมของตนต่อชนชาติทั้งหลายเหมือนเช่นที่อารยธรรมตะวันตกได้กระทำ แต่หมายถึงการมอบค่านิยม ความดีงามแห่งพระผู้เป็นเจ้าเป็นของขวัญแก่มนุษยชาติ และการจัดเตรียมพื้นฐานสำหรับการจำแนกแนวทางที่ถูกต้องด้วยตัวของมนุษย์เอง”

อารยธรรมตะวันตกแง่ศีลธรรมของมันนั้นได้เสื่อมทราม และในด้านจิตวิญญาณก็มีแต่กลวง

ผู้นำการปฏิวัติอิสลามได้ชี้ถึงตะวันตกที่ใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และปรัชญาของโลกอิสลามในการสร้างอารยธรรมให้กับตัวเอง ว่า อารยธรรมเหล่านี้แม้ว่ามีการนำเสนอในภาพลักษณ์แห่งความสวยงามของเทคโนโลยี ความเร็ว ความสะดวกและเครื่องมือสื่อสารที่หลากหลายในวิถีชีวิตก็ตาม แต่ทว่าสำหรับมนุษยชาตินั้นมิได้ก่อให้เกิดความผาสุก ความรุ่งโรจน์และความยุติธรรมแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีความขัดแย้งภายในตัวของมันเอง

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า อารยธรรมตะวันตกในเชิงภายนอกจะมีลักษณะที่มั่นคั่งและสวยงามแห่งตน แต่ในวันนี้ในแง่ศีลธรรมของมันนั้นได้เสื่อมทราม และในด้านจิตวิญญาณก็มีแต่กลวง โดยที่ตะวันตกเองก็ออกมายอมรับข้อเท็จจริงในสิ่งนี้

ผู้นำสูงสุด ย้ำว่า ปัจจุบันถือเป็นโอกาสสำหรับโลกอิสลามแล้วในการสร้างอารยธรรมใหม่แห่งอิสลาม และย้ำว่า เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ไม่อาจคาดหวังใดๆ จากบรรดานักการเมืองของโลกอิสลามได้ และจำเป็นที่อุลามาอ์ (บรรดานักวิชาการศาสนา)และปัญญาชนที่สัจจริงที่ แหล่งพึ่งพิง (กิบลัต) ของพวกเขาไม่ใช่ตะวันตก จะต้องดำเนินการในการสร้างความเข้าใจที่ชัดแจ้งในหมู่ประชาชาติอิสลาม และจะต้องรู้ว่าการสร้างอารยธรรมนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปได้

ผู้นำการปฏิวัติอิสลามได้ชี้ถึงความสามารถและศักยภาพต่างๆของโลกอิสลาม รวมทั้งการมีดินแดนที่ดีเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ดีเยี่ยม ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถ ว่า หากความสามารถและศักยภาพต่างๆเหล่านี้ถูกหล่อหลอมด้วยหลักคำสอนอันแท้จริงของศาสนาอิสลามแล้วไซร้ ประชาชาติอิสลามสามารถก็สามารถสรรสร้างศิลปะแห่งความสามารถของตนในด้านวิทยาศาสตร์ การเมือง และเทคโนโลยีอีกทั้งในภาคสังคมให้เป็นที่ประจักษ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านเป็นกรณีตัวอย่างของความเป็นไปได้ในการบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่นี้ และกล่าวอธิบายเสริมว่า อิหร่านก่อนการปฏิวัติอิสลามนั้นมีความล้าหลังทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ การเมืองและสังคม ในด้านการเมืองก็ตกต่ำ และด้านการบริหารประเทศก็ขึ้นอยู่กับการพึ่งพาปัจจัยจากภายนอกอย่างเบ็ดเสร็จ แต่ทว่าในวันนี้ด้วยความบารอกัตของอิสลาม ประชาชาติอิหร่านได้สำแดงและแสดงความเป็นตัวตนและอัตลักษณ์ของพวกเขาอย่างแท้จริง และทำให้ประเทศได้ก้าวไปถึงความก้าวหน้าที่สำคัญในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่จนกลายเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำระดับโลก

อารยธรรมใหม่แห่งอิสลามไม่ควรที่จะหันมองตะวันตก

ผู้นำสูงสุดถือว่า ตัวอย่างนี้สามารถนำไปใช้ในโลกอิสลามทั้งหมด และกล่าวย้ำอีกว่า แต่การเข้าไปถึงยังสถานะภาพเช่นนี้ต้องมีการเงื่อนไขปัจจัย และเงื่อนไขของมันก็คือ การบั่นทอนเงาแห่งอำนาจการแผ่ขยายของมหาอำนาจโลกที่มีเหนือประชาชาติทั้งหลาย แต่ทั้งนี้ย่อมมีค่าใช้จ่าย เนื่องจากการไปถึงยังเป้าหมายอันยิ่งใหญ่มันเป็นไปไม่ได้หากไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้นำสูงสุด ได้ย้ำว่า อารยธรรมอิสลามมีความแตกต่างกับอารยธรรมของตะวันตก ซึ่งไม่มีการใช้การใช้อำนาจบังคับครอบงำประเทศใด และกล่าวเสริมว่า ในการสร้างและวางรากฐานสำหรับอารยธรรมใหม่แห่งอิสลามนั้นไม่ควรที่จะหันมองตะวันตก และอย่าได้มองไปที่รอยยิ้มและความขมวดคิ้วของพวกเขา ทว่าจำต้องอาศัยศักยภาพ ความสามารถของเราเองในการก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง

การสร้างความแตกแยกคือเครื่องมือของศัตรูในการทำลายอารยธรรมใหม่แห่งอิสลาม

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า หนึ่งในเครื่องมือของศัตรูที่จะป้องกันไม่ให้มีการสร้างและสถาปนาอารยธรรมใหม่แห่งอิสลาม คือการสร้างความขัดแย้งและความแตกแยกในหมู่ชาวมุสลิม พร้อมกับกล่าวเสริมว่า ครั้นที่ประเด็นซุนนี ชีอะห์ ถูกนำเสนอในแบบแผนของนักการเมืองสหรัฐแล้ว มันได้สร้างความวิตกกังวลแก่บรรดาผู้สันทัดกรณีอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่แน่ชัดว่าพวกเขากำลังมองหาและวางแผนการร้ายและการป้ายใส่ร้ายป้ายสีครั้งใหม่และมีความอันตรายมากขึ้นกว่าเดิม

อเมริกาต่อต้านหลักคำสอนอันแท้จริงของอิสลาม

ผู้นำสูงสุดย้ำว่า อเมริกาต่อต้านหลักคำสอนอันแท้จริงของอิสลาม และอย่าได้หลงกลถ้อยแถลงของพวกเขาที่ได้ให้การสนับสนุนบางนิกาย ว่า ถ้อยแถลงของอดีตประธานาธิบดีของอเมริกาหลังเหตุการณ์สิบเอ็ดกันยายนที่ได้เอ่ยถึงสงครามครูเสด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสะท้อนให้เห็นถึงการทำสงครามของมหาอำนาจโลกกับศาสนาอิสลาม

ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่คนปัจจุบันของอเมริกาที่แสดงออกมาว่าเห็นด้วยกับศาสนาอิสลามนั้น ถือเป็นสิ่งที่โกหกและแสดงให้เห็นถึงความกลับกลอกและเจ้าเล่ห์ของพวกเขา และกล่าวเสริมว่า ผู้นำคนปัจจุบันของอเมริกา มีความอคติและต่อต้านกับหลักคำสอนอันบริสุทธิ์ของอิสลาม และขัดแย้งกับคำพูดของตนเองที่กล่าวออกมาโดยพวกเขามีความพยายามที่จะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในหมู่ชาวมุสลิม กรณีกลุ่มตัวอย่างเรื่องนี้ คือ การสร้างกลุ่มก่อการร้ายต่างๆขึ้นมา เช่น กลุ่มก่อการร้ายไอซิสและกลุ่มก่อการร้ายอื่น ๆ และสร้างขึ้นมาด้วยเงินทุนของกลุ่มพันธมิตรที่อยู่ภายใต้อาณัติของอเมริกาและการสนับสนุนทางการเมืองของพวกเขา อีกทั้งได้ก่อโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นต่อโลกอิสลามในปัจจุบัน

 

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ย้ำกล่าวว่า เจ้าหน้าที่อเมริกาที่ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าเห็นชอบด้วยกับชาวซุนนีและต่อต้านชาวชีอะฮ์ ถือเป็นเรื่องโกหก และกล่าวเสริมว่า แล้วประชาชนในฉนวนกาซาที่พวกเขาถูกโจมตีและรุกรานอย่างไม่หยุดหย่อนนั้น พวกเขาไม่ใช่ชาวซุนนีหรือ หรือประชาชนในเขตเวสต์แบงก์ที่อยู่ภายใต้การกดดันนั้น พวกเขาไม่ใช่ซุนนีหรือ

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี กล่าวว่า คำให้การของนักการทูตอเมริกันที่ว่า “ศัตรูของอเมริกาคือกลุ่มอิสลามนิยม” นั้น สำหรับอเมริกาแล้วไม่มีความแตกต่างกันระหว่างมุสลิมชีอะฮ์และซุนนี เพราะพวกเขาจะต่อต้านชาวมุสลิมทุกคนที่มีความพยายามและความประสงค์ที่จะมีชีวิตอยู่ภายใต้กฎหมายอิสลาม

ผู้นำสูงสุดถือว่า ปัญหาหลักของอเมริกาที่มีต่อชาวมุสลิม ก็เพราะความมุ่งมั่นและยึดมั่นในคำสั่งและคำแนะนำของศาสนาอิสลามและพยายามที่จะสร้างอารยธรรมใหม่แห่งอิสลาม และกล่าวเสริมว่า ด้วยเหตุผลนี้ครั้นที่การตื่นตัวของโลกอิสลามได้เกิดขึ้น พวกเขาต่างกังวลและพยายามที่จะกักกันและสกัดกั้น ซึ่งประสบความสำเร็จแล้วในบางประเทศ แต่ทว่าการตื่นตัวอิสลามจะไม่มีวันหมดสิ้น และด้วยความโปรดปรานของพระองค์ การตื่นตัวครั้งนี้จะสามารถก้าวบรรลุเป้าหมายอย่างแน่นอน

เป้าหมายหลักแห่งแนวรบของมหาอำนาจคือ สร้างสงครามกลางเมืองในหมู่มุสลิม

ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า วัตถุประสงค์หลักของแนวรบมหาอำนาจ คือการสร้างสงครามกลางเมืองระหว่างชาวมุสลิมและการทำลายของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอิสลามเช่น ซีเรีย เยเมนและลิเบีย และกล่าวย้ำว่า อย่าได้นิ่งเฉยและยอมจำนนต่อแผนการร้ายเหล่านี้ ทว่าจำต้องยืนหยัดอย่างมั่นคงด้วยการอาศัยวิสัยทัศน์(บารีศัต)และการรักษาอำนาจแห่งความแข็งแกร่งในการเผชิญหน้ากับแผนการร้ายเหล่านี้

 

ผู้นำสูงสุด ได้ตำหนิการนิ่งเงียบของโลกมุสลิมในประเด็นที่พี่น้องมุสลิมในบาห์เรนถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการโจมตีและการทิ้งระเบิดในเยเมนที่ผ่านมาเป็นเวลาเกือบหนึ่ง เหตุการณในซีเรียและอิรักและกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นประเทศไนจีเรีย พร้อมกับกล่าวย้ำว่า ทำไมจึงเกิดโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายกับผู้รู้ที่มีศรัทธา นักฟื้นฟูและมีความประนีประนอมเช่นนี้ อีกทั้งประชาชนผู้บริสุทธิ์ประมาณพันกว่าคนถูกฆ่าตาย และบุตรชายของเขาถูกฆ่าตายหลายคน แต่โลกอิสลามกลับนิ่งเฉย ?

ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม กล่าวย้ำว่า ศัตรูของศาสนาอิสลามมีเป้าหมายที่อันตรายมาก และเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องมีความเข้าใจ มีบาศีรัตและตื่นตัว ในขณะเดียวกันบรรดานักวิชาการและปัญญาชนมุสลิมจะต้องมีการนำเสนอพูดคุยกับประชาชนและนักการเมืองที่มีจิตวิญญาณแห่งการตื่นตัวเพื่ออธิบายข้อเท็จจริง

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี กล่าวย้ำว่า เมื่อโลกแห่งมหาอำนาจทุ่มเททุกอย่างทั้งงบประมาณและแรงกายในการวางแผนการที่เป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อโลกอิสลาม ดังนั้นทุกคนไม่มีสิทธิที่จะนอนหลับและไม่รับรู้ข้อเท็จจริงจากสิ่งเหล่านี้

 

http://www.presstv.ir/DetailFa/2015/12/29/443658/leader/