6 ตัวชี้วัด ความไม่เท่าเทียมและการเหยียดเชื้อชาติระหว่างคนผิวขาวและคนผิวสีในสหรัฐฯ

154
CNN รายงาน  ตัวชี้วัดและแผนภูมิ 6 ข้อ ที่แสดงถึงความไม่เท่าเทียมและการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติระหว่างครัวเรือนคนสีขาวและผิวสี

การฆาตกรรมอย่างโหดร้ายของ จอร์จ ฟลอยด์ พลเมืองอเมริกันผิวสีโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวที่นำไปสู่การประท้วงอย่างกว้างขวางทั่วสหรัฐอเมริกา ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดกันอีกครั้งหนึ่งในการเหยียดผิว ความแตกแยกและการเลือกปฏิบัติระหว่างคนผิวขาวและผิวสีในสหรัฐฯ

นอกเหนือจากการลอบสังหารจอร์จ ฟลอยด์  จำนวนคนผิวสีที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่เพิ่มมากขึ้น ได้ดึงดูดความสนใจมากขึ้นต่อความไม่เท่าเทียมกันอย่างต่อเนื่องของความมั่งคั่ง รายได้และการดูแลสุขภาพในสหรัฐอเมริกา

วาเลอรี วิลสัน  ผู้อำนวยการฝ่ายเชื้อชาติ ชาติพันธุ์และเศรษฐศาสตร์จากสถาบันการเมืองเศรษฐกิจอเมริกันกล่าวว่า  “ ความไม่เท่าเทียมกันเหล่านี้ เป็นผลมาจากนโยบายของสหรัฐอเมริกาตลอดประวัติศาสตร์ที่ถูกกีดกันและใช้ประโยชน์จากคนผิวสีชาวอเมริกัน”  

ซีเอ็นเอ็น  ได้รายงานตัวชี้วัดและแผนภูมิหกข้อ  ที่แสดงว่าสังคมผิวสีในสหรัฐอเมริกาที่ตกอยู่ภายใต้การเลือกปฏิบัติและการแบ่งแยกชนชั้นและเชื้อชาติ

1. ความมั่งคั่ง

ครัวเรือนคนผิวขาวในสหรัฐอเมริกา มักจะร่ำรวยกว่าครัวเรือนผิวสี ครัวเรือนคนผิวขาวมีค่าเฉลี่ยสุทธิประมาณสิบเท่าของคนผิวสี

จากข้อมูลของสถาบัน Brookings พบว่า ความมั่งคั่งของครอบครัวคนผิวขาวเมื่อเทียบกับคนผิวสีนั้นในปัจจุบันมีมากขึ้นกว่าเดิมกว่ายุคสมัยใดๆในสหรัฐอเมริกา

2. รายได้

ครัวเรือนผิวขาว โดยเฉลี่ยมีรายได้มากกว่าครัวเรือนผิวสี  คนผิวขาวมีรายได้เฉลี่ย 71,000 เหรียญต่อปี  ส่วนคนผิวสี มีรายได้ 41,000 เหรียญต่อปี

ซีเอ็นเอ็นรายงานเสริมว่า “นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ครัวเรือนผิวสีไม่สามารถเก็บออมได้และไม่สามารถสะสมความมั่นคั่งได้ ” อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2000  ข้อพิพาทรายได้ระหว่างคนผิวสีและคนผิวขาวที่ไม่ใช่ชาวสเปนได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

3. การว่างงาน

อัตราการว่างงาน คนผิวสีจะมีมากกว่าคนผิวขาว  จากข้อมูลของซีเอ็นเอ็นเผยว่า อัตราการว่างงานของคนผิวขาวอยู่ที่ 14.2% ในขณะที่คนผิวสีอยู่ที่ 16.7%

ในเดือนเมษายน 2020 อัตราการว่างงานของคนผิวสีอยู่ที่ 16.7% ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010

4. ความยากจน

เมื่อเปรียบเทียบกับคนผิวขาวแล้ว   คนผิวสีในอเมริกันจะมีส่วนแบ่งความยากจนในสหรัฐอเมริกาสูงขึ้นสองเท่าตัว  จากรายงานพบว่าอัตราความยากจนในกลุ่มคนผิวขาวอยู่ที่ 8.1 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่คนผิวสีนั้น มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์

5. ประกันภัยและบริการด้านสุขภาพ

ในด้านของการดูแลสุขภาพและการประกันภัยด้านสุขภาพ  คนผิวขาวมีส่วนแบ่งมากกว่าครอบครัวผิวสี  ในขณะที่ชาวอเมริกันผิวขาวร้อยละ 5.4 ไม่ได้รับการประกันคุ้มครองและการดูแลสุขภาพ แต่ตัวเลขนี้ในหมู่ครัวเรือนผิวสี สูงถึง  9.7 เปอร์เซ็นต์

การระบาดของไวรัสโคโรนาในสหรัฐอเมริกาและการเพิ่มจำนวนของเหยื่อผู้เสียชีวิตและติดเชื้อในหมู่ชาวผิวสี ทำให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น

6. ไวรัสโคโรนา

ตามรายงานของซีเอ็นเอ็น  ในช่วงวิกฤตโคโรนาสัดส่วนของคนผิวสี ในจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา อยู่ที่ 23 เปอร์เซ็นต์  ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตของคนผิวขาวในจำนวนทั้งหมดของการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาอยู่ที่ประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์

นอกเหนือจากระบบการประกันภัยและการดูแลสุขภาพที่มีน้อยมากสำหรับคนผิวสี โรคที่สำคัญเช่น เบาหวาน โรคอ้วนและความดันโลหิตสูงนั้นพบได้ทั่วไปในคนผิวสี ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีรากฐานมาจากรายได้ที่ต่ำและความยากจนที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับคนผิวสี

 

source: farsnews