“วอชิงตันไทมส์” เขียนเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว : ทำนายการจัดฉากรัฐประหารของเออร์โดกาน

7391

หนังสือพิมพ์วอชิงตันไทมส์อเมริกาเขียนเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาว่า โดยรายงานว่าเออร์โดกานมีแผนจะดำเนินการจัดฉากรัฐประหารในตุรกี

alalam – วอชิงตันไทมส์ ฉบับวันเสาร์ วันที่ 7 เมษายน เปิดเผยข้อมูลเพื่อแสดงให้เห็นว่าอุรดุฆอนมีความเจตนาและตั้งใจที่จะดำเนินการทำรัฐประหารในตุรกีเพื่อสามารถทำการปราบปรามฝ่ายตรงข้าม

วอชิงตันไทมส์ อ้างคำพูดของ “Icahn Erdemir” อดีตตัวแทนของฝ่ายค้านในรัฐสภาว่า : พรรค AKP มีความชำนาญมากที่จะเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส พวกเขารู้ดีว่าสามารถใช้ประโยชน์อย่างมากจากการสร้างข่าวลือเกี่ยวกับรัฐประหาร

วอชิงตันไทมส์ ถือว่า ชัยชนะที่ยากลำบากของพรรค AKP ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นภายในประเทศ การวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางต่ออุรดุฆอนที่ยืดเยื้อในสงครามซีเรีย ความขัดแย้งที่รุนแรงในการเรียกร้องแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ด เศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง การล่มสลายของตลาดการท่องเที่ยวและการเพิ่มขึ้นในการโจมตีของไอซิส เป็นหนึ่งในเหตุผลและปัจจัยการลดลงในความนิยมของพรรค AKP

ในขณะเดียวกัน “ไมเคิลร็อบเบน” อดีตเจ้าหน้าที่เพนตากอนและนักวิเคราะห์ด้านการป้องกันและรักษาความปลอดภัยของมูลนิธิ AEI กล่าวว่า มาตรการเผด็จการของเออร์โดกานที่มีต่อบรรดาผู้ต่อต้าน การจับกุมขังพวกเขา การปิดกั้นสิทธิของสื่อมวลชนและการปราบปรามพวกเขา และความใฝ่ฝันของการขึ้นครองอำนาจแบบราชา ซึ่งเหล่านี้มันเหนือการควบคุมและถ้ากองทัพตุรกีตัดสินใจที่จะทำรัฐประหารอเมริกาก็ต้องให้การสนับสนุนกองทัพ

ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้กองทัพตุรกีต้องแสดงปฏิกิริยาออกมา และผู้บัญชาการทหารตุรกีออกมาแถลงในวันเสาร์เป็นครั้งแรกและประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่เจตนาที่จะทำรัฐประหารในประเทศ และกองทัพจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ทั้งสิ้นในกระบวนการทางการเมือง

ด้วยเหตุนี้หนังสือพิมพ์วอชิงตันไทมส์ ในบทความฉบับวันที่ 7 เมษายน ได้วิเคราะห์ว่า เพื่อป้องกันการปฏิวัติพลเรือนในตุรกี เออร์โดกานจะดำเนินการให้ทหารทำรัฐประหารในประเทศ เนื่องจากนักศึกษาตุรกีนับพันคนถูกตำรวจและหน่วยสืบราชการลับตุรกีจับตามองการเคลื่อนไหว ผู้สื่อข่าวหลายร้อยถูกดำเนินคดีในชั้นศาล ประชาชนหลายพันคนของถูกดำเนินคดีในข้อหาดูหมิ่นประธานาธิบดี ประชาชนตุรกีออกมาเดินประท้วงทั่วประเทศ และประชาชนตุรกีที่ไม่มีวันยอมก้มหัวให้กับอุรดุฆอน

คลิ๊กอ่านบทวิเคราะห์ของวอชิงตันไทม์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 ฉบับภาษาอังกฤษ http://www.washingtontimes.com/news/2016/apr/7/