สาส์นจากผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน ถึงบรรดาเยาวชนในยุโรป และอเมริกาเหนือ

1011

ด้วยพระนามของพระองค์อัลลอฮ ผู้ทรงกุรณา ผู้ทรงปราณี

ถึงบรรดาเยาวชนในยุโรป และอเมริกาเหนือ

 

สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส และเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันซึ่งเกิดขึ้นในประเทศตะวันตกบางประเทศ เมื่อเร็วๆนี้ ได้ทำให้ข้าพเจ้าตระหนักว่า จะต้องสนทนากับพวกท่านโดยตรง !!

ข้าพเจ้ากำลังพูดกับพวกท่าน บรรดาเยาวชนคนหนุ่มสาว !! ไม่ใช่เพราะข้าพเจ้ามองไม่เห็น บิดา มารดา ของพวกท่าน แต่เพราะข้าพเจ้าเห็นอนาคตของประเทศชาติ อยู่ในกำมือของพวกท่านทั้งหลาย และข้าพเจ้ายังสัมผัสได้ถึง ความต้องการที่จะใฝ่หาความจริง ซึ่งมันประดับอยู่ในหัวใจที่มีชีวิตชีวามากขึ้น และใฝ่รู้ที่มากขึ้นของพวกท่าน

เช่นเดียวกันในจดหมายฉบับนี้ ข้าพเจ้าไม่ได้สนทนากับ บรรดานักการเมือง หรือรัฐบาลของพวกท่าน เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่า พวกเขาได้แยกเส้นทางทางการเมือง ออกจากเส้นทางแห่งความชอบธรรม และความซื่อสัตย์ไปเสียแล้ว

สิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังพูดกับพวกท่าน คือ เรื่องเกี่ยวกับอิสลาม !! โดยเฉพาะ ภาพลักษณ์ของอิสลามที่ถูกนำเสนอแก่พวกท่าน

กว่าสองทศวรรษ หรือ นับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตแล้ว มีความพยายามอย่างมากมายที่จะทำให้ศาสนาอันยิ่งใหญ่นี้ ถูกแสดงให้เห็นว่าเป็นศาสนาที่อยู่ในสถานะของศัตรูที่น่าหวาดวิตก และยังมีการกระตุ้นให้เกิดความเกลียดชัง, ความกลัว เพื่อใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ ช่างโชคร้ายที่สิ่งเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองตะวันตกมาอย่างยาวนาน

ในที่นี้ข้าพเจ้าไม่จะพูดถึง กระแสความหวาดกลัวต่างๆ ที่ถูกชักนำในประเทศต่างๆ ของตะวันตก พวกท่านสามารถกลับไปทบทวน ศึกษาประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาด้วยตัวเอง จะทำให้ท่านเข้าถึงความจริงต่อ การกระทำและแผนการอันไม่ซื่อสัตย์ของรัฐบาลที่ได้ทำไว้กับชาติและวัฒนธรรมอื่นๆของโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่นักประวัติศาสตร์ยุคใหม่ต่างตำหนิเสมอ

ประวัติศาสตร์ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ต่างต้องละอายต่อความเป็นทาส ต่างต้องก้มหน้าต่อยุคสมัยแห่งการล่าอาณานิคม ต้องอับอายต่อการกดขี่เรื่องการเหยียดผิว และผู้ที่ไม่ใช่ชาวคริสต์ บรรดานักประวัติศาสตร์ของพวกท่านกลายเป็นเครื่องมือในการแสดงถึงความอับอายอย่างลึกซึ้ง ต่อการหลั่งเลือดภายใต้นามของนิกาย ระหว่าง คาทอลิค และโปรแทสแทนต์ หรือ การหลั่งเลือดภายใต้นามของ ชาติและเผ่าพันธ์ที่้เกิดขึ้น ในสงครามโลกครั้งที่ 1,2

เป้าหมายของข้าพเจ้าไม่ใช่เพื่อการย้อนร้อยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสารบัญประวัติศาสตร์อันยาวนาน ขอให้ท่านกลับไปถาม บรรดาปัญญาชนเหล่านั้นว่า เพราะเหตุใด มโนธรรมสำนึกของประชาชน มักจะต้องตื่นตัว สายไป 10 หรือ 100 ปี เสมอ ? เพราะเหตุใดคุณธรรมของสังคมจะต้องถูกโยงใยให้เกี่ยวกับกับอดีตที่ห่างไกล แต่ไม่ใช่ในวันนี้ ? เพราะเหตุใด ประเด็นต่างๆที่สำคัญ เช่น แนวทางในการรับมือกับวัฒนธรรมอิสลาม ถึงกลายเป็นสิ่งที่ถูกปิดกั้นจากการรับรู้ของคนทั่วไป ?

พวกท่านต่างรู้ดีว่า การดูถูก ความเกลียดชัง ความหวาดกลัว คือ พื้นฐานโดยรวมที่บรรดาผู้กดขี่มักจะใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้น วันนี้ ข้าพเจ้าต้องการให้พวกท่านถามตัวเองว่า เพราะเหตุใด การเมืองในอดีต อย่าง การสร้างความหวาดกลัว และ การแผ่ขยายความเกลียดชัง ถึงได้ถูกนำมาใช้อย่างรุนแรง อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยมีอิสลามเป็นเป้าหมาย ?

เพราะเหตุใด โครงสร้างอำนาจของโลกในวันนี้ ถึงปราถนาที่จะวางกรอบจำกัดขอบเขตต่อแนวคิดอิสลาม ? มีคุณค่าอะไรในอิสลามที่ไปรบกวนแผนการของมหาอำนาจกระนั้นหรือ ? และมีผลประยชน์อะไรภายใต้เงาของการสร้างภาพลักษ์อย่างผิดๆต่ออิสลามที่ซ่อนเร้นอยู่ ?

ดังนั้น คำขออันดับแรกของข้าพเจ้า คือ ขอให้พวกท่านจงตั้งคำถาม และค้นหาความจริง เกี่ยวกับแรงจูงใจในการสร้างความมืดมิดต่อภาพลักษณ์ของศาสนาอิสลาม

และคำขออันดับที่สองของข้าพเจ้า คือ จากการต่อต้านภายใต้เส้นทางแห่งความอคติ และการโฆษณาเพื่อสร้างความเกลียดชัง ข้าพเจ้าขอให้พวกท่านทั้งหลาย พยายามทำความรู้จักศาสนานี้โดยตรงโดยไม่ผ่านสื่อใดๆ ตรรกะบริสุทธิ์จะตัดสินว่า อย่างน้อย ท่านควรจะรู้ว่า สิ่งที่พวกเขายัดเหยียดให้แก่ท่าน สิ่งที่พวกเขาพยายามทำให้พวกท่านกลัวคือ อะไร ? มีเอกลักษณ์อย่างไร ?

ข้าพเจ้าไม่ได้บังคับให้ท่านยอมรับ ในสิ่งที่ข้าพเจ้านำเสนอ หรือยอมรับในความเจริญต่างๆของอิสสลาม ทว่า สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากย้ำต่อพวกท่านคือ จงอย่าได้ปล่อย ให้พวกเขานำเสนอความจริงอันเจริญ ซึ่งส่งผลต่อโลกทุกวันนี้ ต้องมาเจือปนกับเป้าหมายที่สกปรกปนเปื้อน !

ขอพวกท่านจงอย่าได้ปล่อยให้พวกเขาแนะนำ นักแสดงผู้ตีสองหน้า กลุ่มก่อการร้าย ซึ่งคอยรับใช้พวกเขา ว่าคือ ผู้เป็นตัวแทนของศาสนาอิสลาม !

ขอพวกท่านจงทำความรู้จักอิสลามจากแหล่งดั่งเดิม จงทำความรู้จักอิสลาม จากเส้นทางของอัลกุรอ่าน และ วิถีชีวิตของท่านศาสดาผู้ยิ่งใหญ่(ศ) !

ข้าพเจ้าปราถนาที่จะถามกับพวกท่านว่า จนถึงตอนนี้ พวกท่านเคยย้อนกลับไปพิจารณาอัลกุรอ่าน โดยตรงหรือไม่ ? พวกท่านเคยศึกษา คำสอนของศาสดาอิสลาม ,คำสอนต่างๆแห่งมนุษยธรรม ,จริยธรรม เหล่านี้หรือไม่ ?

จนถึงตอนนี้ นอกจาก สื่อแล้ว พวกท่านเคยรับสาส์นของอิสลามจากแหล่งอื่นหรือไม่ ? พวกท่านเคยถามตนเองหรือไม่ ว่า อิสลาม สามารถพัฒนากลายเป็นวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ อย่างต่อเนื่องหลายศตวรรษมาได้อย่างไร ? อิสลามใช้พื้นฐานอะไรในการบริหาร จนกลายมาเป็น หนึ่งในวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ทางความรู้ และวิทยาการของโลก ? อิสลามสามารถอบรมและสร้าง นักวิชาการ นักคิด นักเขียน ที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้มาได้อย่างไร?

ขอพวกท่านจงอย่าได้ปล่อย ให้ภาพลักษณ์ที่ถูกเติมแต่งด้วยความหวาดกลัว และความอ่อนแอ เป็นตัวปิดกั้นระหว่างพวกท่านกับความจริง! เป็นตัวปิดกั้นความอ่อนโยนและความรู้สึกของพวกท่าน !ขอจงอย่าได้ปล่อยให้(ภาพลักษณ์)สิ่งเหล่านี้ เป็นตัวสกัดไม่ให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการตัดสินที่เป็นกลางจากพวกท่าน!

ในวันนี้ สื่อที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือตรึงชายแดนทางภูมิศาสตร์ซึ่งถูกตีกรอบไว้ กำลังฉีกขาด !ขอจงอย่าปล่อยให้ กรอบที่ถูกขีดไว้ในความคิดของพวกท่าน ปิดล้อมพวกท่าน แม้ว่าคนๆเดียวไม่สามารถเติมเต็มช่องว่างเหล่านี้ได้ ทว่าพวกท่านก็ยังสามารถสร้างสะพานแห่งความคิดและความเป็นธรรมพาดไว้บนช่องว่างเหล่านั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อแสวงหาความกระจ่างให้กับตัวท่าน และสภาพแวดล้อมของท่าน ความท้าท้ายนี้ถูกเสนอแก่พวกท่านแล้ว ระหว่าง อิสลาม กับพวกท่าน เยาวชนคนหนุ่มสาว!! และแม้ว่ามันจะขมขื่นสักเพียงใด พวกท่านก็ยังสามารถสร้างคำถามใหม่ๆในความคิดที่เปี่ยมด้วยการแสวงหาความจริง และความเป็นผู้ค้นหาความจริงของพวกท่านได้เสมอ..

ความพยายามในการค้นหาคำตอบจากคำถามมากมาย คือ โอกาศอันล้ำค่าสำหรับการค้นหาความจริงใหม่ๆ ซึ่งมันอยู่ตรงหน้าท่านแล้ว ดังนั้น จงอย่าให้โอกาศในการทำความเข้าใจที่ถูกต้องโดยปราศจากความอคติต่ออิสลาม หลุดไปจากมือของพวกท่าน เพราะ เป็นไปได้ว่า เนื่องจากความรู้สึกต่อการรับผิดชอบในการแสวงหาความจริงของพวกท่าน จะทำให้ลูกหลานแห่งอนาคต สามารถเขียนประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างตะวันตก กับอิสลาม ด้วยการลดความขุ่นเคือง และการมีจิตสำนึกที่ชัดเจนยิ่งขึ้น…..

 

ซัยยิดอาลี คาเมเนอีย์

ลงวันที่ 21 มกราคม 2015
(1 บะฮมัน 1393)