รัฐเถื่อนอิสราเอลเข้ายึดบ้านชาวปาเลสไตน์หลายสิบหลังในเขตเยรูซาเล็ม

580

เพรสทีวี – เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2557 รัฐเถื่อนไซออนิสต์ได้เข้ายึดบ้านหลายสิบหลังในเขตเยรูซาเล็ม โดยนาย ญะวาด ซัยยาม ผู้บริหารศูนย์กลางชุมชนซัลมาน ได้กล่าวว่า “ชาวอิสราเอลกลุ่มหนึ่งได้เข้ายึดครองอาคารที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของ เยรูซาเล็ม ซึ่งทางอิสราเอลได้เคยยึดครองและผนวกรวมเข้ากับดินแดนของตน เมื่อสมัยสงคราม 6 วัน ปี 1967

โดยทางการอิสราเอลได้ ลงมติเห็นชอบโครงการขยายเขตที่อยู่อาศัย ให้สร้างอาคารที่อยู่อาศัยมากกว่า 2600 ยูนิต ในทางตะวันออกของเยรูซาเล็มหรือบัยตุลมุกอดดิซ และได้วางนโยบายทางการเมืองให้ใช้มาตรการที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นสำหรับชาว ปาเลสไตน์

ชาวอิสราเอลจำนานหนึ่ง ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฝรั่งเศสว่า “พวกเขาได้เปิดทางให้สามารถครอบครองอาคารสองหลังในซัลวาน และได้เฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด”

ซัยยาม ยังกล่าวอีกว่า ในขณะเดียวกัน เมืองนี้ยังมีประชากรที่เข้าอยู่อาศัยอย่างผิดกฎหมายประมาณ 500 คน ในอาคาร 90 หลังอีกด้วย

จากรายงานเกี่ยวกับ ประชากรอิสราเอลในเมืองเยรูซาเล็ม มีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ในทางตะวันออกประมาณ 306,000 คน ที่ทางเทลอาวีฟไม่ยอมรับการเป็นประชากรของพวกเขา และยังมอบสิทธิให้ชาวอิสราเอลอาศัยอยู่ในเมืองนี้ ประมาณ สองแสนคน อย่างมิชอบ

ซึ่งการที่อิสราเอลยัง คงดำเนินแผนขยายอาณาเขต โดยยึดที่ดินของปาเลสไตน์อยู่ในขณะนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะเจรจาเพื่อสร้างความปรองดองระหว่างสองฝ่าย เพราะในด้านหนึ่งอิสราเอลค่อยๆขับไล่ประชาชนชาวปาเลสไตน์และตะวันออกลาง แต่อีกด้านก็พยายามนำเสนอให้สร้างความปรองดอง

นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า รัฐเถื่อนไซออนิสต์ได้อพยพชาวอิสราเอลไปอยู่อาศัยในเขตเวสแบงค์ มากกว่า 120,000 คน

ทางสหประชาชาติ ได้ถือว่า การขยายเมืองของอิสราเอลนั้น เป็นปฏิบัติการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะรัฐเถื่อนไซออนิสต์ฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศ คู่สงคราม จากสนธิสัญญาเจนีวา ปี 1967 ที่ได้ระบุว่า ห้ามไม่ให้ฝ่ายยึดครองก่อสร้างอาคารใดๆ บนแผ่นดินของประเทศที่ถูกยึดครอง