ความศรัทธาในมะฮ์ดีผู้ถูกสัญญา (อ.)จากหลักฐานต่างๆในอิสลาม

852

 

ถอดความและเรียบเรียง โดย ฮุจญตุลอิสลาม  ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี

ท่าน รอซูลและบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์  ได้รายงานเรื่อราวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับท่านอิมามมะฮ์ดี ทั้งในแง่ที่เกี่ยวกับการหายตัว(ฆอยบะฮ์ )การปรากฏตัวอีกครั้งหนึ่ง การต่อสู้ของท่านและบุคลิกภาพต่างๆที่เกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี   ซึ่งรายงานเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดอย่างแพร่หลายจากบรรดาสาวกและสหายของรอง ซูล และอิมามผู้บริสุทธิ์ เจ้าของหนังสืออัลอิมามอัล  มะฮ์ดี     ได้บันทึกชื่อของศอฮาบะฮ์ 50 ท่านชื่อของตาบีอีนอีก  50  ท่านที่ได้ทำการรายงานหะดีษที่เกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดี บรรดากวีมุสลิมได้เขียนบทกวีไว้อย่างมากมายที่เกี่ยวกับท่านอิมามและส่วนมาก ของบทกวีนั้นได้เขียนก่อนประสูติของท่านอีมามมะฮ์ดีนับศตวรรษ


กะเมต นักกวีเอกของชีอะฮ์ ได้แต่งบทกวีบรรยายเกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี ต่อหน้าท่านอิมามบากิร ( อ ) และยังได้ถามท่านอิมามบากิร(อ)เกี่ยวกับเวลาที่อิมามจะปรากฏ    ดิอบัล  คุซาอี กวีเอกอีกท่านหนึ่งที่แต่งบทกวีเกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี ต่อหน้าท่านอิมามริฎอ( อ ) ซึ่งคุซาอี  ได้กล่าวขึ้นว่า  ถ้าไม่ใช่เพราะความหวังที่ฉันมีในวันนี้หรือพรุ่งนี้ (หมายถึงการมาของท่านอิมามมะฮ์ดี )  หัวใจของฉันก็ตามสลายไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขา(หมายถึงสิ่งที่ เกิดขึ้นกับอะหฺลุลบัยต์ ) ความหวังนั้นก็คือ  การปรากฏของอิมามท่านหนึ่งซึ่งไม่มีข้อสงสัยในการปรากฏขึ้น

” เขาจะยืนหยัดด้วยพระนามแห่งอัลลอฮและจากบารอกัตของพระองค์ (และเขา) จะเป็นผู้แยกแยะในหมู่พวกเราระหว่างสัจธรรมกับความเท็จ(และเขา)จะเป็นผู้ตอบแทนรางวัลและบทลงโทษ

หลังจากที่  คุซาอี ได้อ่านกวีบทนี้จบ ท่านอิมาม ริฎอ ( อ ) จึงได้กล่าวกับเขาว่า


“โอ้ คุซาอี  เอ๋ยบทกวีบทนี้  พระเจ้าเป็นผู้ใส่ลงไปในปากของเจ้า   เจ้ารู้ไหนว่าอิมามคือใคร ? คุซาอี ได้ตอบว่า  ฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่เพียงว่า จะมีอิมามท่านหนึ่งจากลูกหลานของท่าน  ปรากฏขึ้นและเขาจะทำให้โลกเต็มไปด้วยความสันติและยุติธรรม ท่านอิมามริฎอ (อ) จึงกล่าวขึ้นมา โอ้ คุซาอี อิมามหลังจากฉัน คือมุฮัมมัด(อิมามญะวาด) บุตรชายของฉัน และหลังจากเขาก็คือ บุตรชายของเขา  อะลี( อิมามฮาดี) และหลังจากเขา ( อะลี ) ก็คือบุตรชายของเขา  ฮะซัน ( อิมามอัสการี )และหลังจากเขา  ( ฮะซัน) ก็บุตรของเขา  ฮุจญัตอัลกออิม( อิมามมะฮ์ดี ) ซึ่งในการเร้นหายของเขา จะต้องรอคอยและในการปรากฏของเขาจะต้องภักดี   และถึงแม้ว่าโลกนี้จะมีเวลาเหลืออยู่อีกเพียงวันเดียว   อัลลอฮฺก็จะทำให้วันนั้นยืดยาวจนกระทั่งกออิม( อิมามมะฮ์ดี )ปรากฏและทำให้โลกเต็มไปด้วยความสันติและยุติธรรมหลักจากที่มันได้เต็มไป ด้วยความอธรรมและการกดขี่


และบางครั้งบรรดานักกวี  หรือ ลูกศิษย์ของบรรดาดาอิมามผู้บริสุทธิ์  ได้ถามกับท่านอย่างตรงไปตรงมาว่าท่านหรือเปล่าที่เป็น กออิม ? หรือท่านหรือเปล่า คือ มะฮ์ดีที่ผู้ถูกรอคอย  (อัลมุนตะซ็อร ) บรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์  ก็จะทำการตอบชี้แจง   สิ่งที่เกี่ยวกับอิมามกออิม( มะฮ์ดี ) ตามความเหมาะสมของเวลาและโอกาส


และจากการที่หะดีษที่เกี่ยวกับท่านอิมาม  มะฮ์ดี ( อ )เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในหมู่มุสลิม  จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมีการกล่าวอ้างเท็จขึ้นเกี่ยวกับการเป็น  อัลมะฮ์ดี หรือนำเอาเรื่องนี้ไปใช้ประโยชน์ ในทางที่ผิดตั้งแต่ในสมัยที่อิมามมะฮ์ดีจริงยังไม่ประสูติ อย่างเช่น พวกกัยสานียะฮ์ ทั้งที่กลุ่มนี้เกิดขึ้นมาก่อนที่ท่านอิมามมะฮ์ดีจะถือกำเนิดถึง  200 ปี


โดย พวกเขาได้อ้างว่า  มุหัมมัด  อัลหานาฟียะฮ์ คืออิมามมะฮ์ดีผู้ถูกรอคอย  และเชื่อกันว่าได้เร้นหายไปและจะกลับมาปรากฏ อีกครั้งหนึ่งโดยได้นำหะดีษและหลักฐานต่างๆจากท่านรอสูล ( ศ ) และอิมามผู้บริสุทธิ์ได้พูดถึงมะฮ์ดีตัวจริงมาเป็นข้อกล่าวอ้าง เช่นเดียวกับพวกราชวงศ์ อับบาสียะฮ์  ก็ได้สร้างเรื่องเท็จในทำนองนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในสมัยของเคาะลีฟะห์ มะฮ์ดี  อับบาซี ซึ่งได้ตั้งชื่อตัวเองว่า  มะฮ์ดี  เพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์จากความเชื่อที่ประชาชาติรอคอยท่านอิมามมะฮ์ดีตัวจริง


อุละมาอฺสุนนี่และชีอะห์ ได้บันทึกหะดีษที่เกี่ยวกับท่านอีมามมะฮ์ดี ไว้อย่างมากมาย จาก มุสนัด อะห์มัด อิบนิ ฮัมบัล  และ เศาะหี้หบุคอรี เป็นส่วนหนึ่งจากหนังสือหะดีษที่มาตรฐานของ  อะห์ลิสซุนนะห์ ที่ได้เขียนขึ้นก่อนการถือกำเนิดของท่านอิมาม  มะฮ์ดี และหนังสือทั้งสองเล่มนี้ก็ได้รายงานหะดีษต่างๆที่เกี่ยวกับอิมามมะห์ดีไว้ เป็นจำนวนมาก

หนังสือ   มะชีคะห์ เขียนโดย  หะสัน บิน มะห์บูบ ซึ่ง เช็คก็อบริสีย์ ได้กล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้ได้เขียนขึ้น 100 ปีก่อนการเร้นหายครั้งใหญ่( ฆอยบะตุลกุบรอ) ของท่านอิมามมะฮ์ดี  ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ได้รายงาน   เรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับการเร้นหายของท่านอิมามมะฮ์ดี  และ เชคตูซี  ได้กล่าวต่อไปอีกว่าหะดีษต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเร้นหายของท่านอิมามมะฮ์ดี  ได้ถูกบันทึกไว้อย่างมากมายโดยนักหะดีษชาวชีอะฮ์   ตั้งแต่สมัยของท่านอิมามบากิร และอิมามญะอฟัร( อ )

นักวิชาการชาวชีอะฮ์และสุนนี่ได้เขียนหนังสือไว้อย่างมากมายเกี่ยวกับอิมาม มะฮ์ดีผู้ถูกสัญญา  ซึ่งบางเล่มได้เขียนขึ้นก่อนการถือกำเนิดของท่านอิมามมะฮ์ดี ( อ ) รอวาญานี  อุละมาอชาวสุนนี่   มรณะในปีที่  250  ฮิจเราะฮ์ ได้เขียนหนังสือ   อัคบารุลมะฮ์ดี   ไว้ตั้งแต่ก่อนการถือกำเนิดของท่านอิมามมะฮ์ดี  เช่นเดียวกันในหมู่อุละมาอชีอะฮ์  ท่านอันมาฎี เขียน การกำเนิดและการเร้นหายของท่านอิมามมะฮ์ดี   ไว้ตั้งแต่ก่อนการถือกำเนิดและเร้นหายของท่านอิมาม

หะดีษและเรื่องของท่านอิมามมะฮ์ดีนั้นมีมากมายและเป็นเรื่องชัดแจ้งที่สุด เรื่องหนึ่งในอิสลามซึ่งเป็นการยากที่จะหาเรื่องอื่นมาเปรียบเทียบถึงความ ชัดแจ้งของมัน   นอกเหนือจากอุละมาอชีอะฮ์เองแล้ว  อุละมาอสุนนี่จำนวนมากก็ยอมรับว่า   หะดีษที่เกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี นั้นชัดแจ้งถึงขั้น มุตะวาติร  อย่าเช่นท่าน    สั้จญาซี   อุลามะอชาวสุนนะห์ เจ้าของหนังสือ  มานากิบุลชาฟีอี    มรณะภาพเมื่อปีที่ 363 แห่งฮิจเราะฮ์   ท่านได้กล่าวไว้ว่า หะดีษที่เกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดี ที่รายงานจากท่านเราะสูลุลลอฮนั้นความชัดแจ้งของมันถึงขั้น  มุตะวาติร

เจ้าของหนังสือ  อิมามมะฮ์ดี  ได้เขียนไว้ในหนังสือของท่านว่าถ้าเรารวบรวมริวายะฮ์ต่างๆที่รายงานโดยทั้ง ชีอะฮ์และสุนนี่ที่เกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี  เราจะพบว่ามันมีมากกว่าหกพันหะดีษ  ซึ่งถือว่าเป็น ตัวเลขที่ยิ่งใหญ่อย่างมาก ซึ่งแม้แต่เรื่องสำคัญอื่นๆในอิสลามที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปไม่มีข้อโต้ แย้งและสงสัยเลยในการยอมรับมัน ก็ยังไม่มีรายงานถึงหกพันหะดีษ

ดังนั้นบนพื้นฐานเหล่านี้ มุสลิมตั้งแต่ยุคแรกของอิสลามได้รับรู้และเข้าใจถึงพันธะสัญญาอันยิ่งใหญ่ นี้  และโดยเฉพาะชีอะฮ์ ผู้ได้รับการฝึกฝนจากครอบครัวอันบริสุทธิ์
(อะห์ ลุลบัยต์) มีความเชื่อที่มั่นคงและสมบูรณ์ได้ทำการรอคอยการกำเนิดและการกลับมาอีกครั้ง หนึ่งของท่านอิมามมะฮ์ดี   อยู่ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา

หลักฐานจากหะดีษต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี   นั้นได้ชี้ชัดให้รู้ว่า  ท่านอิมามมะฮ์ดีนั้นมาจากบะนีฮาชิม เป็นลูกหลานของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ)สืบเชื้อสายมาจากสายเลือดของผู้นำแห่งบรรดาชะฮีด อิมามฮุเชน(อ) พ่อของท่านชื่อ ฮะซัน( อิมามอัสสการี ) ส่วนชื่อท่านอิมามมะฮ์ดีนั้นมีชื่อและฉายา เหมือนกับชื่อและฉายาของท่านศาสดา มุฮัมมัด (ศอล) การกำเนิดและการมีชีวิตของท่านเป็นความลับ การเร้นหาย(ฆอยบะฮ์ ) มีสองครั้งซึ่งครั้งแรกเป็นระยะเวลาอันสั้น ( ฆอยบะตุลศุฆรอ) และครั้งที่สองเรียกว่า ฆอยบะตุลกุบรอ ซึ่งเป็นการเร้นหายที่มีระยะเวลาอันยาวนานตราบเท่าที่อัลลอฮทรงประสงค์ และด้วยคำสั่งของพระองค์จะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งหนึ่ง   เพื่อทำการปฏิวัติและนำโลกเข้าสู่การปกครองของอิสลามและจะทำให้โลกเต็มไป ด้วยความสันติและยุติธรรมหลักจากที่มันได้เต็มไปด้วยความอยุติธรรมและการ กดขี่

โดยในหะดีษเหล่านี้ได้อธิบายอย่างละเอียดถึงบุคลิกรูปร่างและหน้าตาของอิมาม คนที่สิบสองท่านนี้ ซึ่งเราจะนำมาเป็นตัวอย่างดังนี้

 

ตัวอย่างจากหะดีษของอะฮลิสสุนนะฮ์ ท่านศาสดา (ศล) ได้ย้ำถึงความแน่นอนของการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดีว่า
ถึง แม้ว่าโลกนี้มีเวลาเหลืออีกเพียงวันเดียวอัลลอฮ  ก็จะส่งชายคนหนึ่งจากเรา   มาบนโลกนี้และจะทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความยุติธรรม  หลังจากที่มีมันได้เคยเต็มไปด้วยความยุติธรรมและกดขี่         (จากมุสนัด  อะหมัด อิบนิ  ฮัมบัล)
ท่าน ศาสดา (ศอล)  กล่าวไว้ว่า   วันกิยามัตจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าชายคนหนึ่งจากอะห์ลุลบัยต์ของฉัน จะปรากฏตัวและทำให้ภารกิจ  ของฉันสมบูรณ์ด้วยมือของเขา ชื่อของเขาเหมือนชื่อของฉัน
(จากมุสนัด  อะหมัด  อิบนิ   ฮัมบัล)

ท่านเราะสูลุลลอฮ   (ศ็อล) ได้กล่าวว่า    เหมือนกับอะลีเป็นผู้นำ หลัก จากฉัน   กออิม  อัลมุนตะซ็อร     (อิมามมะฮ์ดี)   ก็คือผู้นำจากฉัน    เมือตอนที่เขาปรากฏตัวเขาจะทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความสันติและยุติธรรม  หลังจากที่มันได้ไปด้วย   ความอธรรมและการกดขี่    ขอสาบานด้วย พระนามแห่งอัลลอฮว่าผู้ที่สามารถจะยืนหยัดอย่างมั่นคงต่อศาสนาในช่วงของการ เร้นหายของเขานั้นหายากยิ่งกว่าเหล็กไหล

ท่านญาบีร  ได้ลุกขึ้นถามว่า      โอ้ศาสดาแห่งอัลลอฮ  กออิมลูกหลานของท่านมีการเร้นหายด้วยหรือ ?

ท่านศาสดา  ตอบ   แน่นอนขอสาบานด้วยพระผู้อภิบาลของฉัน  ผู้ศรัทธาจะถูกทดสอบจนบริสุทธิ์   และผู้ ปฏิเสธจะถูกทำให้พินาศโอ้  ญาบีเอ๋ยเรื่องนี้นั้นเป็นความลับอันหนึ่งจากความลับทั้งหลายจากอัลลอฮ   ดังนั้นจนหลีกห่างจากความสงสัย    เพราะการสงสัยในกิจกรรมของอัลลอฮนั้นเป็นการปฏิเสธ  (กุฟร์)
(จากหนังสือ  ยะนาบีอุล   มะวัดดะฮ์)


ท่าน หญิงอุมมุ    สะละมะฮ์      ได้รายงานว่า    ท่านเราะสูลุลลอฮ (ศ็อล)  ได้พูดถึงมะฮ์ดีถูกสัญญาและย้ำว่า   แน่นอนมันเป็นเรื่อจริงและมาจากลูกหลานของฟาฏิมะฮ์
(จากหนังสือมุสตัดร็อก อัลหากิม)


ท่าน สัลมาม  อัลฟาริซี  ได้กล่าวว่า   วันหนึ่งฉันได้ไปหาท่านเราะสูลุลลอฮ  (ศ็อล)  และพบว่า  ฮุเซนลูกของอะลีนั่งอยู่บนตักของท่านศาสดา   และท่านก็ได้จูบไปที่ดวงตาและริมฝีปากของฮุเซนและกล่าวขึ้นว่า    เจ้าคือซัยยิดลูกของซัยยิด เจ้าคืออิมามลูกของอิมามและน้องของอิมาม  เจ้าคือฮุจญัตของอัลลอฮ  ลูกของฮุจญัต และน้องของฮุจญัต (บทพิสูจน์แห่งอัลลอฮ)   และเจ้า (ฮุเซน) คือบิดาของเก้าฮุจญัตแห่งอัลลอฮ ซึ่งคนที่เก้านั้นคือ กออิม  (อิมามะฮ์ดี)
(จากหนังสือ   ยะนาบีอุล  มะวัดดะฮ์)


ท่านอิมามริฎิอ   (อ)   ได้ล่าวว่า     คอลาฟุศ – ศอและห์  คือลูกของฮะสัน  บินอะลี อัลอัสการีและคือมะฮ์ดีผู้ถูกสัญญา
(จากหนังสือ  ยะนาบีอุล  มะวัดดะฮ์)


ท่าน รอซูลุลลอฮ    (ศ็ลล) ได้กล่าว   ของแจ้งข่าวดีให้แก่พวกเจ้าในเรื่องของมะฮ์ดี เขาจะปรากฏขึ้นในอุมมะฮ์ของฉันในขณะที่อุมมาะฮ์กำลังแตกแยกและสั่นคลอน เขาจะทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความยุติธรรม   หลังจากที่มันได้เต็มไปด้วยความอธรรมและการกดขี่  ทั้งชาวฟ้าและชาวดิน  จะมีความสุขและพึงพอใจต่อเขา
(จากมุสนัด  อะหมัด อิบนิ ฮัมบัล)


ท่านอิมามริฎอ ( อ ) ได้กล่าวว่า  ไม่มีศาสนาสำคัญผู้ที่ไม่มีตักวา  และผู้ที่มีเยรติยิ่งในสู้เจ้า   ณ อัลลอฮ นั้นคือผู้ที่มีตักวามากกว่า   หลังจากนั้นท่านอิมามได้กล่าวเสริมขึ้นว่า   หลานคนที่ 4 จากวงศ์วานของฉัน  เป็นบุตรของหญิงที่เป็นทาส  ซึ่งอัลลอฮจะให้เขาเป็นผู้นำความสะอาดโลก  จากความอยุติธรรมและการกดขี่    แลยะเขาคือผู้ที่ประชาชนสงสัยและลังเลเกี่ยวกับการกำเนิดของเขา   เขาคือเจ้าแห่งการเร้นหาย  (ฆอยบะฮ์)  และเมื่อเขาปรากฏตัวขึ้งอีกครั้งหนึ่งเขาทำให้โลกนี้สว่างไสวด้วยรัศมีแห่ งอัลลอฮ  และเขาจะเป็นผู้วางตาชั่งแห่งความยุติธรรมในหมู่ประชาชาติ   และวันนั้นจะไม่มีผู้ใดสามารถที่จะทำการละเมิดหรือกดขี่ผู้ใดได้อีก
(จากหนังสือ   ยะนาบีอุล  มะวัดดะฮ์)


ท่านอะมีรุ้ลมุอมินีน  อะลี  ( อ ) ได้กล่าวว่า  อัลลอฮจะทำให้กลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้น   ซึ่งพวกเขารักอัลลอฮ  และอัลลอฮก็ทรงรักพวกเขา  และอัลลอฮจะทำให้พวกเขาได้รับอำนาจการปกครองจากพระองค์  คนหนึ่งจากหมู่พวกเขาจะถูกปกปิดซ่อนเร้นเอาไว้  และเขาผู้นั้นคือมะฮ์ดีผู้ถูกสัญญาไว้…..  ซึ่งเขาทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความสันติและยุติธรรมโดยปราศจากความลำบากใดๆ สำหรับเขาในการนี้ ในวัยทารกเขาจะห่างไกลจากบิดาและมารดา……  และเขาจะพิชิตเมืองต่างๆ  ของมุสลิมด้วยสันติ  โลกในวันนั้นพร้อมแล้วที่จะรองรับเขา

คำพูดเขา จะได้รับการต้อนรับ  จากหนุ่มและแก่จะภักดีต่อเขา  เขาจะทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความสันติและยุติธรรม   หลักจากที่มันได้เคยเต็มไปด้วยความอธรรมและการกดขี่    และในเวลานั้นตำแหน่งแห่งอิมามัตจะถึงจุดสมบูรณ์ มัน   และตำแหน่งคอลิฟะฮ์ที่แท้จริงก็จะปรากฏขึ้น   และอัลลอฮจะทำให้ผู้ที่อยู่ในหลุมฝันศพฟื้นขึ้น  พวกเขาจะฟื้นขึ้นมาในตอนเช้าและพบว่าตัวเองไม่ได้อยูในหลุมฝังศพ  จากการปรากฏตัวของมะฮ์ดี   แผ่นดินจะสดใสและเจริญงองาม  น้ำอันใสบริสุทธิ์ไหลไปทุกลำธาร   ความวุ่นวาย    การแย่งชิงและกดขี่จะถูกขจัดออกไป  ความประเสริฐและสิริมงคล  (บะรอกะฮ์)   จะถูกประทานลงมา   และไม่มีความจำเป็นใดๆ   อีกที่ฉันจะบรรยายถึงสิ่งที่จะตามมาหลังจากนั้นอีกเพียงแต่ฝากสลามจากฉันไป ยังโลกนั้นด้วยเถิด
(จากหนังสือ  ยะนาบีอุล  มะวัดดะฮ์)