ทำไมเราต้องนมาซ?

433

สิ่ง หนึ่งซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคสมัยของเรานี้ ก็คือเราต้องเข้าใจว่า “นมาซ” คืออะไร?? มันจำเป็นหรือไม่??? และมีการปฏิบัติอะไรบ้างในนมาซ??? อะไรที่จะต้องกล่าวในนมาซ??? ที่สำคัญแล้วเราปฏิบัตินมาซกันทำไม????

ก่อน ทำความเข้าใจว่าทำไมเราต้องนมาซในทุกๆวัน วันละห้าเวลา เราต้องยอมรับก่อนว่ามนุษย์คือสิ่งถูกสร้างที่พิเศษที่สุดของพระผู้เป็นเจ้า โดยเฉพาะคุณลักษณะของการหลงลืม หลงผิด ละเมิด หลงลืมว่าตนเองเป็นใคร หลงลืมว่าวันหนึ่งเราต้องกลับคืนสู่พระผู้เป็นเจ้า ละเมิดในสิ่งที่ผิดศีลธรรม ชอบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และอีกหลายๆ ประการ

การ ใช้ชีวิตของมนุษย์ตามธรรมชาติประจำวันย่อมต้องหมกมุ่นอยู่กับภารกิจต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุให้มนุษย์ หลงลืมตัวเอง ออกจากเป้าหมายการใช้ชีวิตที่แท้จริงได้ จนถึงขั้นหลงลืมพระผู้เป็นเจ้าในที่สุด

ด้วย เหตุนี้ กฎเกณฑ์แห่งการอิบาดะฮ์ จึงถูกกำหนดขึ้น ด้วยความเมตตาของพระองค์ ให้มีอยู่ในชีวิตประจำวันของของมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์ไม่หลงลืมตัวเอง ไม่ออกจากเป้าหมายแห่งการใช้ชีวิตที่แท้จริง และรำลึกถึงพระองค์อยู่ตลอดเวลา

นมาซคืออะไร????

ไม่ ว่าจะสาธยายถึงการนมาซมากมายสักเพียงใดก็ตาม เราก็ยังไม่สามารถบรรยายถึงสิทธิที่แท้จริงของนมาซได้เลย ต้องยอมรับว่าเราแค่มีความสามารถอธิบายวัตถุประสงค์ หรือความหมายของนมาซ ได้แค่บางประการเท่านั้น ซึ่งจะนำเสนอ ณ ที่นี้

1-  นมาซคือ ภารกิจประจำวันตั้งแต่รุ่งสาง จนจรดค่ำ (แค่นมาซภาคบังคับไม่ได้รวมถึงนมาซภาคอาสา) มนุษย์เมื่อลืมตาเริ่มต้นชีวิตด้วยการรำลึกถึงพระองค์ และสิ้นสุดการดำเนินชีวิตในวันนั้นด้วยการรำลึกถึงพระองค์

2-  นมาซคือสัญลักษณ์และอุดมคติของมุสลิมเพราะนมาซอธิบายถึงหลักความเชื่อ แนวความคิด ความปรารถนาและแบบอย่างที่ดีงามไว้

3-  นมาซคือมนุษย์ทุกชนชั้นวรรณะต้องปฏิบัติ ยาจกหรือเศรษฐี อยู่บนดินหรืออยู่ในอวกาศ เป็นเครื่องหมายว่าต้องเคารพภักดีพระองค์เท่านั้นไม่ว่าจะอยู่หนใด และเป็นใครก็ตาม

4-  นมาซเป็นการปฏิบัติที่ทำการเชิญชวนมนุษย์ไปสู่ความดี และห้ามปรามมนุษย์จากความชั่ว

5-  นมาซคือการเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า

6-  นมาซ คือการป่าวประกาศถึงความยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้า และยอมรับความต่ำต้อยของการเป็นมนุษย์

นมาซไม่ใช่เป็นแค่การก้มๆๆ เงยๆๆ ลุกขึ้นแล้วนั่ง แต่นมาซคือภารกิจอันยิ่งใหญ่

ท่า นอิมามอะลี (อ) กล่าวว่า “นมาซได้สร้างความสงบแก่มนุษย์ สร้างความยำเกรงให้กับสายตา สร้างความสำนึกให้กับวิญญาณ สร้างความอ่อนน้อมให้กับจิตใจ ขจัดความยิ่งจองหองและอวดดี และเมื่อหวาดกลัวตกอยู่ในภัยอันตราย การระลึกถึงพระองค์ด้วยการนมาซจะทำให้เกิดความอบอุ่น และทำให้จิตใจมีความสุขุมรอบคอบ”

ท่าน ศาสาดามุฮัมมัด (ศ.) กล่าวว่า “นมาซเหมือนกับลำคลองที่มนุษย์ลงไปชำระร่างกายวันละ 5 ครั้ง ฉะนั้นจะมีความสกปรกตกค้างอยู่ได้อย่างไร?”

ผลสะท้อนและคุณค่าของการนมาซ

ผล สะท้อนของการนมาซ ที่ผู้ปฏิบัติจะได้รับนั้นมีทั้งด้านร่างกาย และจิตวิญญาณ ประการแรกเลยนั้นคือ นมาซจะทำให้มนุษย์มีร่างกายที่สะอาด และมีจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ ลองพิจารณาดูเถิดว่า น้อยคนนักที่มนุษย์เราจะไม่เอาใจใส่ในเรื่องของการทำความสะอาด ในวันๆหนึ่งมนุษย์ไม่ว่าจะทำงานในด้านใด ต้องพบเจอกับสิ่งสกปรกต่างๆ นานา ในแต่ละวันมนุษย์ต้องล้างมือล้างเท้า อาบน้ำชำระร่างกาย วันละกี่ครั้ง

จิต วิญญาณของมนุษย์ก็เช่นกัน ในวงเวียนแห่งการใช้ชีวิตก็จะต้องแปดเปื้อนกับสิ่งโสมมต่างๆ การยั่วยุของมารร้าย ความเห็นแก่ตัว ความโกรธ ความอิจฉาริษยา ความสิ้นหวัง ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์ติดโรคได้ ดังนั้นจึงต้องมีการชำระล้างเช่นเดียวกับร่างกายที่เราต้องอาบต้องล้างวันละ หลายๆ ครั้ง

การ นมาซคือการเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า ช่วงเวลาแห่งการนมาซเราได้รำลึกถึงพระองค์ เราได้เรียกหาพระองค์ ได้วิงวอนพระองค์ นมาซวันละ 5 เวลาที่มวลมุสลิมปฏิบัติ คือการชำระล้างสิ่งแปดเปื้อนแห่งจิตวิญญาณ และสิ่งสกปรกของร่างกายด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะผู้ปฏิบัตินมาซต้องอยู่ในสภาพของผู้สะอาด

นมาซจะทำให้มนุษย์ห่างไกลจากการกระทำความผิดบาป

นมาซคือ ยารักษาความป่วยไข้แห่งจิตวิญญาณ นมาซจะนำความสุข ความสบายแห่งจิตใจให้กับมนุษย์

นมาซคือ สถานที่หลบภัยสำหรับมนุษย์ในยามขับขันทางจิตใจ

นมาซ จะช่วยชำระบาปต่างๆ ของมนุษย์ เสมือนใบไม้ที่แห้งร่วงหล่นจากต้นของมัน ท่านซัลมานฟารซี ได้กล่าวว่า ครั้งหนึ่งฉันและท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ได้นั่งอยู่ใต้ต้นไม้แห่งหนึ่ง ทันใดนั้นท่านศาสดาก็ได้ลุกขึ้นและขย่มต้นไม้ใบไม้หลายใบได้ร่วงหล่นลงมา ท่านศาสดาได้กล่าวขึ้นว่า “เจ้าจะไม่ถามฉันหรือว่า ฉันทำเช่นนี้เพื่ออะไร? ท่านซัลมานกล่าวว่า “แล้วท่านทำเช่นนั้นทำไมหรือ? ท่านศาสดาได้ตอบว่า “ขณะที่ประชาชาติมุสลิมปฏิบัติวุฎุ และปฏิบัตินมาซ 5 เวลาประจำวัน บาปต่างๆของพวกเขาจะร่วงหล่นเช่นใบไม้เหล่านี้”

ผลสะท้อนของการนมาซที่อ้างข้างต้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น คงสามารถที่จะพอเป็นคำตอบได้ ว่าทำไมเราต้องปฏิบัตินมาซ?

สิ่งสำคัญที่สุดนมาซแล้วเพียงพอแล้วหรือ?

คำ ตอบคือยังไม่เพียงพอ  นมาซที่มิได้ถูกปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของการรู้จักผู้นำ และอำนาจที่แท้จริงของผู้นำ นมาซของบุคคลเหล่านั้นก็คงไม่ต่างอะไรกับผู้ที่ไม่ปฏิบัตินมาซ

ประชาชาติ มุสลิมในประวัติศาสตร์เขาปฏิบัตินมาซจนหน้าผากดำเนื่องจากการกราบกรานที่ ยาวนาน แต่ในขณะเดียวกันวันหนึ่งเขากลับชักดาบเพื่อทำสงครามกับท่านอิมามอาลี (อ) อย่างพวกคอวาริจญ์

โปรด อย่าคิดว่าบรรดาทหารของยะซีด ที่ได้ร่วมกันสังหารครอบครัวของท่านศาสดา ท่านอิมามฮุเซน (อ) ในกัรบะลาอ์ จะเป็นผู้ละทิ้งนมาซ ตรงกันข้ามพวกเขานมาซไม่เคยขาด

การ นมาซที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโง่เขลา ไม่มีประโยชน์อันใด ซ้ำยังอันตรายเสียด้วยซ้ำ อิบนิมุลญิม ผู้ที่ไม่เคยละทิ้งนมาซยามดึก แต่นมาซเหล่านั้นของเขาไร้ซึ่งการรู้จักผู้นำที่แท้จริง ได้นำความอัปยศมาแก่เขา ด้วยการสังหารท่านอิมามอะลี (อ) ในเวลานมาซ

นมาซ ของผู้ที่ยังมีความเห็นแก่ตัว ไม่เสียสละ ตระหนี่ถี่เหนียว ไม่ดูแลสังคม ไม่ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ทอดทิ้งให้เด็กกำพร้าต้องหิวโหย ไม่ดูแลคนในครอบครัว สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ไม่มีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ในสังคม ฯลฯ อย่าคิดว่านมาซเหล่านั้นจะนำท่านเข้าสู่ความเมตตาของพระองค์ได้

สรุป นมาซที่ผู้ปฏิบัติไม่เข้าใจ และไม่รู้เป้าหมายที่แท้จริงของการนมาซ นมาซที่ไม่มีการช่วยเหลือผู้ยากไร้ นมาซที่ไม่มีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ในสังคม นมาซที่ไร้ซึ่งการรู้จักผู้นำที่แท้จริง ไม่เข้าใจซึ่งสิทธิที่แท้จริงของผู้นำ ไม่ได้ถือว่าเป็นการนมาซ แต่จะเป็นแค่การก้มๆ เงยๆ เท่านั้น

โดย เชคมาลีกี ภักดี
ที่มา ahlulbait.org