“วันเด็กสากล” -ท่ามกลางหายนะของเด็กในเยเมนและปาเลสไตน์  

457

เนื่องในวาระ “วันเด็กสากล” (Universal children’s day) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี ตามที่ถูกกำหนดโดยสหประชาชาติ (UN) และมีที่มาจากมูลนิธิเซฟเดอะชิลเดร์น (Save the children fund) ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the rights of the child) ซึ่งระบุว่า เด็กทุกคนในโลกนี้เกิดมาพร้อมสิทธิต่างๆ ตั้งแต่สิทธิที่จะมีชีวิตอยู่รอด ปลอดภัย มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ ได้รับการศึกษาและพัฒนาตามวัย ตลอดจนได้รับการปกป้องคุ้มครองจากอันตราย การถูกละเมิด และการเอารัดเอาเปรียบ

ในบทความเชิงรายงานชิ้นนี้ จะนำเสนอบางแง่มุมของการก่ออาชญากรรม และการละเมิดสิทธิของเด็กๆในปาเลสไตน์ และภาวะเสี่ยงตายอย่างเฉียบพลันของเด็กๆในเยเมน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ชะตากรรมของเด็กๆในปาเลสไตน์

เครือข่ายปาเลสไตน์แห่งขบวนการเคลื่อนไหวระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองและปกป้องสิทธิเด็ก กล่าวในรายงานว่า นับตั้งแต่ต้นปีนี้ เด็กชาวปาเลสไตน์ในฝั่งเวสต์แบงก์ และฉนวนกาซา ถูกทหารระบอบยิวไซออนิสต์ฆ่าตายแล้วทั้งสิ้น 52 คน

ขบวนการเคลื่อนไหวระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2000   เด็กๆชาวปาเลสไตน์ ถูกกองทัพ กองกำลังรักษาความปลอดภัย และผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลยิงเสียชีวิตแล้วกว่า 2,700 ราย

ตามรายงานกรมดูแลนักโทษปาเลสไตน์เผยว่า  เด็กปาเลสไตน์ เกือบ 350 คน ถูกกักตัวไว้ในเรือนจำอิสราเอลภายใต้สภาวะที่อย่างลำบากอย่างมาก

วันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันเด็กสากล” (Universal children’s day) ที่มีการเฉลิมฉลองทั่วโลก ในขณะเดียวกันระบอบอิสราเอล ในกรอบนโยบายที่แบ่งแยกเชื้อชาติ และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง ในการใช้ความรุนแรงและการเฆ่นฆ่าเด็กๆในปาเลสไตน์

พฤติกรรมการกดขี่และการปราบปรามของนายทหารอิสราเอลที่มีต่อเด็กปาเลสไตน์ ขัดต่ออนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 ซึ่งเน้นย้ำเรื่องสิทธิของผู้ที่ถูกยึดครองโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิของเด็ก ไม่เพียงเท่านั้น การปราบปรามอย่างรุนแรงของระบอบการปกครองอิสราเอล ยังขัดต่อบทบัญญัติแห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศ ฉบับที่ 16  ว่าด้วยสิทธิเด็ก

ขณะที่เด็ก ๆ ชาวปาเลสไตน์กำลังตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมอิสราเอล ในการโจมตีดินแดนปาเลสไตน์อย่างรุนแรงและต่อเนื่อง  รัฐบาลตะวันตกที่อ้างเป็นผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนก็กลับนิ่งเงียบต่ออาชญากรรมของระบอบการปกครองนี้ และปฏิบัติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ถึงแม้จะมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าอาชญากรรมดังกล่าว เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างชัดเจน

ไม่ต้องสงสัยว่าการก่ออาชญากรรมของระบอบยิวไซออนิสต์ในปาเลสไตน์เป็นผลมาจากการสนับสนุนจากสหรัฐฯและความอ่อนแอของสหประชาชาติ

พฤติกรรมขององค์การสหประชาชาติที่ไม่ได้ระบุและขึ้นชื่อระบอบอิสราเอลในรายชื่อระบอบแห่งการฆ่าสังหารเด็ก ทำให้รัฐบาลไซออนิสต์อิสราเอล มีความกล้าและมุ่งเน้นต่อการก่ออาชญากรรมต่อเด็กชาวปาเลสไตน์อย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องรับผิดชอบในการก่ออาชญากรรม

เนื่องจากนโยบายการปฏิบัติของสหประชาชาติ ซึ่งองค์กรที่อยู่ภายใต้สหประชาชาติ ที่มีบทบาทด้านสิทธิเด็ก เช่นคณะกรรมการสิทธิเด็กของสหประชาชาติและกองทุนเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถหาแนวทางในการระงับ และยับยั้งระบอบการปกครองอิสราเอล จากการก่ออาชญากรรมต่อเด็กชาวปาเลสไตน์

นโยบายการปฏิบัติเหล่านี้ ทำให้ระบอบอิสราเอล มีความก้าวร้าวมากขึ้น ในการก่ออาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง

การเรียกร้องที่รุนแรงของรัฐมนตรีอิสราเอลต่อการสังหารเด็กชาวปาเลสไตน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉนวนกาซา ได้เปิดเผยถึงลักษณะและตัวตนแห่งความรุนแรงของระบอบอิสราเอลมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในเรื่องนี้ Petalini Bennet รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของอิสราเอล ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เรียกร้องให้มีการใช้โดรนและเครื่องบินรบเพื่อกำหนดเป้าหมายโดยตรงต่อเด็กปาเลสไตน์ที่กำลังต่อสู้ด้วยของเล่นเพียงบอลลูนและว่าวติดไฟอยู่ในอาณาเขตพรมแดนของฉนวนกาซา ได้แสดงให้เห็นถึงความป่าเถื่อนของอิสราเอล

อย่างไรก็ดี การปฏิบัติขององค์การสหประชาชาติต่อระบอบอิสราเอล ก็ไม่ได้ทำให้ความคิดเห็นของสาธารณชนนิ่งเฉยต่ออาชญากรรมของระบอบนี้เสียทีเดียว ยังคงมีการเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมให้แก่ประชาชนปาเลสไตน์ทั่วโลก

ความต่อเนื่องในการสังหารเด็กปาเลสไตน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสงครามฉนวนกาซา 22 วัน  ได้มีการใช้คำว่า “การฆ่าเด็ก” เพื่ออธิบายความป่าเถื่อนของระบอบการปกครองของอิสราเอลในสื่ออย่างกว้างขวาง และได้กลายเป็นเรื่องที่ปรากฏชัดขึ้นมาต่อความคิดเห็นของสาธารณชน เกี่ยวกับระบอบการปกครองไซออนิสต์ที่เป็นภัยต่อมนุษยธรรมนี้มากขึ้นในเวลาต่อมา

เยเมน 

เด็กในเยเมน 200,000 คนมีภาวะทุพโภชนาการ

ในช่วงสงครามกลางเมืองเยเมน ด้วยการแทรกแซงของซาอุดิอาระเบียและพันธมิตรที่เริ่มในปี 2015  ซึ่งได้ก่อให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมขึ้นในประเทศนี้ ความหิว ความเจ็บป่วย และการระเบิด เป็นปัจจัยหลักสามประการที่คุกคามชีวิตเด็กๆเยเมน จนถึงปัจจุบัน เด็กๆในเยเมนเกือบ 6,000 คน เสียชีวิตเนื่องจากการโจมตีทางทหาร

องค์การการกุศลชั้นนำรายงานว่า เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบกว่า 85,000 คนอาจเสียชีวิตจากสภาวะขาดแคลนสารอาหารเฉียบพลันใน 3 ปีของสงครามในเยเมน

โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้เตือนในเดือนที่ผ่านมาว่า มีชาวเยเมนกว่า 14 ล้านคนที่ตกอยู่ในภาวะอดอยาก แม้ขณะนี้กำลังมีการเจรจาเพื่อยุติสงครามในเยเมนที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปี ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดในโลก

ตามที่องค์การสหประชาชาติกล่าวว่า มีพลเรือนอย่างน้อย 6,800 คนถูกสังหารและบาดเจ็บกว่า 10,700 รายในช่วงสงคราม อีกทั้งการต่อสู้และการปิดล้อมบางส่วนโดยรัฐบาลส่งผลให้ผู้คนกว่า 22 ล้านคน ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เเละยังตกอยู่ในสภาวะด้านอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก นำไปสู่การระบาดของโรคอหิวาต์ในผู้คนกว่า 1.2 ล้านคน

ตัวเลขการตายสำหรับกรณีขาดเเคลนอาหารเฉียบพลันอย่างรุนเเรงในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ จากข้อมูลของ UN พบว่า เด็กกว่า 84,700 คน อาจเสียชีวิตระหว่างเดือนเมษายน ปี 2015 ถึง ตุลาคม ปี 2018 โดยราคาอาหารที่สูงขึ้นและค่าเงินที่ร่วงลงของสกุลเงินของประเทศ เป็นผลมาจากสงครามกลางเมือง ส่งผลโดยตรงต่อครอบครัว นำมาสู่ความเสี่ยงด้านความไม่มั่นคงของอาหาร

องค์การการกุศลแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวโทษว่าการปิดล้อมผู้คนจำนวนมาก ด้วยการต่อสู้รอบ ๆ ท่าเรือสายหลักของเมือง ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เนื่องจากไม่สามารถนำเข้าอาหารมาในเมืองได้ ซึ่งเด็กที่เผชิญกับภาวะขาดเเคลนอาหารเฉียบพลันหากไม่ได้รับการรักษาจะเสียชีวิตราว 20-30 เปอร์เซ็นต์ในเเต่ละปี

นายทามูร์ คิโรลอส ผู้อำนวยการของประเทศเยเมนกล่าวว่า เด็กประมาณ 150,000 คนกำลังใกล้ตายในเมือง Hudaydah ที่ถูกโจมตีทางอากาศอย่างมากในช่วงนี้

https://fa.euronews.com/2018/11/20/unicef-world-children-s-day-and-global-status-repot-of-them

http://parstoday.com/fa/middle_east-i153559