อังกฤษ: ‘Hate Crime’ ที่มีต่อศาสนา พุ่งสูงขึ้น 40% – มากกว่าครึ่งมุ่งเป้า “ชาวมุสลิม” !

309

อาชญากรรมจากความเกลียดชังต่อศาสนา (Religious Hate Crime)พุ่งสูงขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ทั่วอังกฤษและเวลส์ ในเวลาหนึ่งปี ตามที่จำนวนการกระทำผิดทางอาญาได้ถูกบันทึกไว้พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

สถิติใหม่ ออกโดยกระทรวงมหาดไทยอังกฤษ เปิดเผยว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของการโจมตีที่มีแรงจูงใจมาจากความเกลียดชัง หรือ อคติที่มีต่อศาสนา ในระหว่างปี ค.ศ. 2017-2018  มุ่งเป้าไปยังชาวมุสลิมโดยตรง ขณะที่กลุ่มเป้าหมายรองลงมาคือ กลุ่มชาวยิว

ตำรวจได้ลงบันทึกการกระทำความผิดในอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate Crime) ทั้งสิ้น 94,098 ครั้ง – ซึ่งมากกว่าเท่าตัวของตัวเลขที่เคยเกิดขึ้นในห้าปีก่อนหน้ารวม และขณะที่ทุกประเภทของอาชญากรรมดังกล่าวก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ไม่ว่าอาชญากรรมจากความเกลียดชัง ด้านศาสนา เชื้อชาติ เพศ และฯลฯ

เอกสารจากกระทรวงมหาดไทยอังกฤษระบุว่า: “การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการปรับปรุงการบันทึกของตำรวจ ถึงแม้ว่าการปะทุขึ้นของอาชญากรรมจากความเกลียดชังจะมีขึ้น ภายหลังจากเหตุการณ์ที่เฉพาะเจาะจงบางอย่าง เช่น การลงประชามติของสหภาพยุโรป และการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในปี ค.ศ. 2017”

“การที่อาชญากรรมจากความเกลียดชัง ที่มีต่อศาสนาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก คิดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของความผิดทางอาญาเหล่านี้ ภายหลังจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในปี ค.ศ. 2017”

ช่วงเวลาที่รายงานระบุถึงคลอบคลุมระเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 2017 ถึงมีนาคม ค.ศ. 2018 ซึ่งประกอบด้วยเหตุการณ์สังหารโหดของชาวมุสลิมในแมนเชสเตอร์ ลอนดอนบริดจ์ และพาร์สันส์กรีน ตลอดจนการโจมตีโดยฝ่ายขวา ณ สวนสาธารณะ Finsbury

Darren Osborne ผู้ที่ขับรถตู้โดยสาร เพื่อพุ่งชนชาวมุสลิม ซึ่งกำลังเดินทางออกจากพิธีนมัสการในเดือนรอมฎอน อ้างว่า การโจมตีของไอซิส เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้เขากระทำการโจมตีชาวมุสลิม ภายหลังจากที่เขาเริ่มมีพฤติกรรมส่อความรุนแรงในโลกออนไลน์ เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า

สามในสี่ของอาชญากรรมจากความเกลียดชัง ที่ถูกบันทึกไว้ มีแรงจูงใจเกิดจากอคติต่อเชื้อชาติ ด้วยกับจำนวนความผิดเพิ่มขึ้นร้อยละ 40

ทั้งนี้ เจ้าหน้าทีตำรวจในปัจจุบันได้ทำการรวม การโจมตีชาวต่างประเทศ ผู้ลี้ภัย และนักท่องเที่ยวในความผิดประเภทนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

อัตราการลงโทษ สำหรับอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังโดยรวม เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 84.7 แต่มีเพียงร้อยละ 12 จากจำนวนเหตุการณ์ที่ได้รับการบันทึกไว้ สิ้นสุดลงด้วยกับการคำตัดสินลงโทษ หรือ การถูกเรียกตัวไปขึ้นศาล

ประมาณสองในสามของเหยื่อรู้สึกว่าตำรวจได้ปฏิบัติกับพวกเขาอย่างเป็นธรรม ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และพวกเขามีแนวโน้มที่จะกล่าวว่า พวกเขาได้รับผลกระทบทางอารมณ์หรือถูกละเลยให้รู้สึกอ่อนแอ

Alex Mayes ที่ปรึกษาด้านนโยบาย ณ Victim Support (หน่วยงานเพื่อสนับสนุนเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย) กล่าวว่าความตระหนักรู้ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมจากความเกลียดชังมีเพิ่มมากขึ้น และการตอบสนองของตำรวจก็ได้รับการปรับปรุงเพิ่มขึ้น

“สถิติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์ของเราเอง ดังเช่นในปีที่ผ่านมา เราได้ให้ข้อมูลและการสนับสนุนแก่ประชาชนราว 25,000 คน ซึ่งมันเพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์จากในปีก่อนหน้านั้น” เขากล่าวเสริม

“แม้จะมีการเพิ่มขึ้นของสิ่งเหล่านี้  อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอาชญากรรมจากความเกลียดชังที่ไม่ได้ถูกบันทึกในรายงานอีก เราต้องการให้ผู้คนรู้ว่าอาชญากรรมจากความเกลียดชังจะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง และมีการสนับสนุนสำหรับทุกคนที่ต้องการ”

Diane Abbott รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า “ความจริงที่ชี้ว่าอาชญากรรมจากความเกลียดชัง ได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วงห้าปีที่ผ่านมา จะต้องทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนภัยอย่างเร่งด่วน เราต้องลุกขึ้นจัดการกับความเกลียดชังและการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่ามันจะพบได้ที่ใดก็ตาม”

Source: whatsupic