วิเคราะห์: “บาห์เรน” สนามประลองศักยภาพทางทหารของสหรัฐฯในภูมิภาค

241
การแข่งขันอาวุธระหว่างซาอุดีอาระเบียและบาห์เรน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (เพนตากอน) ได้เปิดเผยการบรรลุสัญญาข้อตกลงกับบริษัทผลิตอาวุธ Lockheed Martin เพื่อผลิตและส่งเครื่องบินรบ F-16  รุ่นใหม่ให้กับกองทัพอากาศบาห์เรน

รัฐบาลบาห์เรนได้ประกาศในปลายเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ว่าด้วยการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับสหรัฐฯ ซึี่งมีมูลค่าประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สำหรับการซื้อเครื่องบิน F-16

นาจี มาลาอีบ นักวิเคราะห์ด้านการทหารกล่าวว่า การซื้อเครื่องบินรบรุ่นใหม่ล่าสุดของประเทศบาห์เรน ซึ่งก่อนหน้านี้มีค่าใช้จ่ายทางทหารน้อยกว่าซาอุดิอาระเบีย บ่งชี้ว่าประเทศนี้ ได้อยู่ในเส้นทางของการเป็นพันธมิตรอย่างสมบูรณ์กับสหรัฐฯ เป็นที่น่าสังเกตว่า ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบันได้ขโมยซินจากประธานาธิบดีสหรัฐฯคนอื่นๆ ด้วยการเข้ามามีอำนาจเหนือสนธิสัญญาร่วมกับระบอบการปกครองผู้ปราบปราม โดยเฉพาะผู้ปกครองชาวอาหรับรวม ทั้งกษัตริย์ประเทศบาห์เรน

โดนัลด์ ทรัมป์ ในการสมรู้ร่วมคิดกับผู้ปกครองอาหรับ และการทำสัญญาหลายฉบับกับพวกเขา ได้ขยายการรุกรานแหล่งทรัพยากรอันมั่นคั่งของอาหรับ ภายใต้กรอบของโครงการและการวางแผนที่เรียกว่า “ข้อตกลงแห่งศตวรรษ”  การเตรียมการสำหรับขยายการขายอาวุธของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณว่า การค้าอาวุธที่เพิ่มมากขึ้น ได้ถูกบรรจุในวาระการประชุมของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และทรัมป์เตรียมเปิดการแข่งขันอาวุธรอบใหม่ในเวทีระหว่างประเทศ  ในกรณีดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางคนเชื่อว่า การซื้ออาวุธของเหล่าผู้นำประเทศอาหรับในภูมิภาคนี้ เป็นวิธีการช่วยฟื้นฟูวิกฤติเศรษฐกิจของตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา  ในขณะเดียวกัน บริษัทอาวุธของสหรัฐฯ รวมถึงผู้สนับสนุนทรัมป์ ในระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดเช่นเดียวกัน ก็จะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์เช่นนี้

นโยบายของทรัมป์ เกี่ยวกับสงครามโลกาภิวัตน์  ได้นำไปสู่การแพร่กระจายของความไม่มั่นคงในเวทีระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค   รายงานเกี่ยวกับการซื้ออาวุธนับพันล้านจากรัฐอ่าวอาหรับได้รับการรายงานในขณะที่สถาบันและสถาบันการเงินต่างๆเช่น ธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประกาศในรายงานล่าสุดของพวกเขาว่า ประเทศเหล่านี้ต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเงิน และการขาดดุลงบประมาณนับพันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ว่า ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และยุทธศาสตร์ของแหล่งน้ำมันของประเทศบาห์เรน ก็เป็นปัจจัยทำให้ชาติมหาอำนาจตะวันตกต้องการครอบงำและคงไว้ซึ่งอิทธิพลของตนต่อไป

สนธิสัญญาของกรุงมานามากับสหรัฐอเมริกาในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา  ทำให้บาห์เรนเป็นที่ตั้ง สำนักงานใหญ่ของฐานทัพเรือที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ห้าของสหรัฐฯ  สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯได้ใช้บาห์เรนเป็นฐานของเครื่องบินทหารและแพลตฟอร์มที่เข้มแข็งในภูมิภาคนี้   ในสถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาลตะวันตกยังคงมุ่งมั่นที่จะครอบงำรัฐอ่าวเปอร์เซียของประเทศอาหรับ แม้จะมีกระแสการวิพากษ์วิจารณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ในการให้การสนับสนุนทางการทหารและการทูตต่อเหล่าผู้ปกครองอาหรับ รวมทั้งระบอบการปกครองเผด็จการ อัลคาลิฟาในประเทศบาห์เรนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันว่า การปราบปรามพลเรือนเป็นเรื่องปกติซึ่งกระทำโดยระบอบปกครองในประเทศบาห์เรน ภายใต้กรอบและบริบทนี้ การจลาจลที่เป็นที่นิยมในประเทศบาห์เรนกลายเป็นการนองเลือดของประชาชน ด้วยการสนับสนุนทางการทหารและการเมืองของซาอุดิอาระเบียและอเมริกา ที่มีต่อระบอบการปกครองอาลีคอลีฟา

หนังสือพิมพ์ อัล-อัคบาร์ ของเลบานอนได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การปราบปรามประชาชนของตน โดยระบอบการปกครองของอัล – อาลีคอลิฟานั้น ทำได้โดยอาศัยความช่วยเหลือจากสหรัฐฯเท่านั้น  สถานการณ์ของประเทศบาห์เรน ชี้ให้เห็นว่าระบอบการปกครองของอัลคาลิฟาเป็นระบอบเผด็จการที่ยังคงละเมิดสิทธิมนุษยชนและการแบ่งแยกเชื้อชาติในประเทศบาห์เรน โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯและซาอุดิอาระเบีย

Source:parstoday