เหลียวมอง “ฮิซบุลเลาะฮ์”: จากการต่อต้านอิสราเอล สู่เวทีการเมืองโลก (ตอน 1)

510
Hezbollah supporters celebrate the election results that saw it win a small majority in parliament. Photograph: Aziz Taher/Reuters

ฮิซบุลเลาะฮ์เลบานอนได้ประกาศแถลงการณ์ทางทหารอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1984 โดยมีการลงนามในมุกอวิมัตอิสลาม (การยืนหยัดต่อสู้เพื่อมาตุภูมิ)  นี่เป็นก้าวแรกของฮิซบุลเลาะฮ์เพื่อเข้าสู่ฉากการต่อสู้ทางการเมืองและสังคม

ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง ณ ที่นี้ หมายถึงพฤติกรรมของกลุ่มหนึ่งเพื่อบรรลุเป้าหมายทางสังคมหรือการยืนหยัดต่อการเปลี่ยนแปลงในชุมชนหรือสังคมหนึ่ง เพื่อนำความสันติสุขมาสู่ผู้คน คือขบวนการอิสลามประเภทหนึ่ง ประเด็นการฟื้นตัวของชาวมุสลิม นับเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของโลก ขณะเดียวกัน ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงในเขตพื้นที่ของโลกอิสลาม ในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตะวันออกกลาง เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาของโลก และหลักการพื้นฐานของศาสนาอิสลามนั้น มีการเคลื่อนไหวของขบวนการชีอะฮ์ เป็นหนึ่งในรูปแบบของขบวนการอิสลามที่ประสบความสำเร็จ   โดยได้มีการสร้างแนวความคิดในการฟื้นฟู และอุดมการณ์แห่งการยืนหยัดต่อสู้แบบชีอะฮ์ กับรัฐบาลที่ทุจริตแห่งยุคสมัย และการตัดโอกาสทางการเมืองและเศรษฐกิจที่บังคับใช้กับมุสลิมเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งการเคลื่อนไหวนี้

ชีอะฮ์เป็นกลุ่มศาสนาที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเลบานอน และไม่เพียงแต่มีประวัติอันยาวนานเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในทางการเมืองของประเทศ เมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาต่างๆของอดีต พวกเขาไม่มีสถานะทางการเมืองและทางเศรษฐกิจที่ดี เนื่องจากปัจจัยสองประการคือ (1) การยึดครองทางตอนใต้ของเลบานอนโดยอิสราเอลในปี 1982 ตามด้วยการอพยพของชาวชีอะฮ์ไปยังเขตพื้นที่ยากจนในเบรุต  (2) การไม่เคลื่อนไหวอย่างจริงจังของบรรดาแกนนำและรัฐบาลเลบานอนในการรักษาความปลอดภัยทางตอนใต้ของเลบานอนหรือแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของชีอะฮ์ ทำให้ชาวชีอะฮ์ต้องแสวงหาผู้นำคนใหม่ในการปลดปล่อยพวกเขา  ดังนั้นเราจึงเห็นการเกิดขึ้นของขบวนการชีอะฮ์ด้วยอุดมการณ์และความเป็นผู้นำจากแหล่งข้อมูลภายนอก (อิหร่านและอิรัก) ในขณะนี้

ขบวนการปฏิวัติของฮิซบุลเลาะฮ์เลบานอนเป็นเป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลมากที่สุด จากขบวนการในลักษณะเดียวกัน ในช่วงสงครามกลางเมืองในเลบานอนที่ลุกเป็นไฟนั้น กองทัพอิสราเอลได้บุกเข้าสู่เลบานอนในเดือนมิถุนายนปี 1982 และครอบครองดินแดนครึ่งหนึ่งของประเทศ

ในความเป็นจริงแล้ว ความล้มเหลวของพรรคฝ่ายซ้ายปาเลสไตน์และเลบานอน ในการเผชิญหน้ากับการบุกรุกครั้งนี้ได้ทำลายทฤษฎีของลัทธิชาตินิยมอาหรับและอุดมการณ์ฝ่ายซ้าย (ลัทธิคอมมิวนิสต์ บาธ และ Nasserism ฯลฯ ) และเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ฮิซบุลเลาะฮ์เลบานอนเป็นตัวเลือกเดียวที่จะเผชิญหน้ากับการรุกรานเหล่านี้

ประวัติและความเป็นมาของขบวนการฮิซบุลเลาะฮ์เลบานอน

  • ประวัติความเป็นมาของการก่อตัวขบวนการฮิซบุลเลาะฮ์ ในเลบานอน

หลังจากการจัดตั้งระบอบยิวไซออนิสต์ในปี 1948 ซึ่งนำไปสู่การยึดครองส่วนหนึ่งของดินแดนปาเลสไตน์ และส่วนหนึ่งของภาคใต้ของเลบานอน ก็ถูกครอบครองโดยอิสราเอลผู้รุกราน และแม้แต่ข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนซึ่งลงนามในปี 1949 ก็ไม่อาจยุติการยึดครองนี้ได้  ดังนั้นในปีต่อๆมา ระบอบการปกครองของยิวไซออนิสต์ได้ดำเนินการโจมตี และรุกรานในดินแดนแห่งเลบานอนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในเดือนมิถุนายนปี 1982 มีการบุกรุกครั้งใหญ่ของรัฐเถื่อนยิวไซออนิสต์ สามารถยึดครองบริเวณทางตอนใต้ของเลบานอนเกือบทั้งหมด ซึ่งรวมถึงเมืองหลวงเบรุตด้วย

การโจมตีครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการรวมพลทางการเมืองและการทหารของกลุ่มชีอะฮ์ในเลบานอน และในช่วงเวลานี้เอง ได้เกิดการจุดประกายครั้งแรกให้แก่การก่อตัวของขบวนการมุกอวิมัตอิสลาม เพื่อต่อต้านผู้ยึดครอง ด้วยเหตุนี้ กลุ่มชีอะฮ์ที่อาศัยอยู่ในเมือง Baalbek ได้สร้างองค์กรหนึ่งขึ้นมา และเป็นพื้นฐานสำหรับการเกิดขบวนการเคลื่อนไหวของฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน  ในห้วงเวลาดังกล่าว ได้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองในขบวนการชีอะฮ์  “Amal”  ซึ่งเกิดจากข้อพิพาทเกี่ยวกับท่าทีของขบวนการ Amal ในการจัดการกับการพัฒนาทางการเมืองและความมั่นคงของเลบานอนและการบุกรุกของอิสราเอล

ผลแห่งความขัดแย้งเหล่านี้ ทำให้ผู้นำระดับสูงหลายคนของขบวนการ Amal เช่น Seyyed Abbas Mousavi, Seyyed Hossein Mousavi, Sheikh Sabahi Tafili และ Seyyed Hassan Nasrallah ออกจากขบวนการนี้และสร้างเซล์และแกนหลักรุ่นแรกของฮิซบุลเลาะฮ์ขึ้นมา

หลังจากการเปิดตัวหลักสูตรการฝึกทหารใน Baalbek    ก็ค่อยๆเกิดเซลล์ของกองกำลังมุกอวิมัตขึ้นมา  ซึ่งกองกำลังเหล่านี้ ถูกส่งไปยังกรุงเบรุตครั้งแรกหลังจากที่ถูกปิดล้อม ดังนั้นองค์กรนี้ จึงถูกจัดตั้งขึ้นมาในเบื้องต้นเพื่อชี้นำการปฏิบัติการในเบรุต ซึ่งเชื่อมโยงกับผู้นำขบวนการมุกอวิมัตใน  Baalbek   เซลล์และแกนหลักส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของเลบานอน และชานเมืองด้านเหนือของกรุงเบรุตส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มที่เคร่งครัดในศาสนาและมีประสบการณ์ด้านกิจกรรมทางทหารในขบวนการ Amal หรือกลุ่มขบวนการปาเลสไตน์   ฮิซบุลลออ์เริ่มดำเนินการอย่างจำกัด ภายในหมู่บ้านทางตอนใต้ของเลบานอน และจากนั้นก็เริ่มดำเนินการที่กว้างขวางอย่างรวดเร็ว

การปฏิบัติการทางทหารของฮิซบุลเลาะฮ์กับกองทัพอิสราเอลค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว  จนกระทั่งเครือข่ายทหารของขบวนการมุกอวิมัตสามารถยืนหยัดได้ เพื่อรักษาความสำเร็จทางการเมืองในเลบานอนฮิซบุลเลาะฮ์ ได้ประกาศแถลงการณ์ทางทหารอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1984 โดยมีการลงนามในการมุกอวิมัตอิสลาม(การยืนหยัดต่อสู้เพื่อมาตุภูมิ)  นี่เป็นก้าวแรกของฮิซบุลเลาะฮ์เพื่อเข้าสู่ฉากการต่อสู้ทางการเมืองและสังคม

ตั้งแต่ปี 1988  ขบวนการนี้ได้เริ่มมีการเคลื่อนไหวในรูปแบบแห่งการยืนหยัดต่อสู้ที่พิเศษและมีประสิทธิภาพในภาคใต้ของเลบานอน  ขบวนการต้องเผชิญกับปฏิกิริยาต่อต้านที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน   ความท้าทายแรกที่รุนแรงของฮิซบุลเลาะฮ์ในการเผชิญหน้ากับระบอบยิวไซออนิสต์เกิดขึ้นในปี 1992   การปะทะกันครั้งที่สองเกิดขึ้นในเดือนเมษายน ปี 1996   ซึ่งระบอบยิวไซออนิสต์ได้ทำการโจมตีฮิซบุลเลาะฮ์เป็นเวลา 16 วัน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการทำลายฮิซบุลเลาะฮ์ได้ เพราะฮิซบุลเลาะฮ์ทำการยิงตอบโต้ยิวไซออนิสต์ไปจนถึงนาทีสุดท้าย  ดังนั้นระบอบไซออนิสต์จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะยินยอมเซ็นบันทึกข้อตกลง เมษายน 1996  และยอมรับความชอบธรรมในการมีอยู่ของขบวนการฮิซบุลลออ์ทางตอนใต้ของประเทศเลบานอน   ในการบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อิหร่าน และซีเรียเข้าร่วมด้วย

ในที่สุดกระบวนการมุกอวิมัตอิสลาม   ในเดือนพฤษภาคม ปี 2000   ช่วงยุคสมัยนายกรัฐมนตรีเอฮุด บารัก  สามารถบีบบังคับให้กองทัพยิวไซออนิสต์ออกจากเลบานอน และเป็นครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง  ชัยชนะในการต่อต้านระบอบยิวไซออนิสม์ และบังคับให้ระบอบการปกครองเถื่อนนี้ออกไปจากดินแดนที่ถูกยึดครองโดยไม่ต้องเจรจาต่อรองใดๆนั้น คือการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติการณ์ในภูมิภาคนี้ ชัยชนะครั้งนี้ส่งผลต่อขวัญกำลังใจของประชาชนในภูมิภาคและประชาชาติอิสลาม  ในห้วงเวลาที่ขวัญกำลังใจหมดลงด้วยการยึดครองของระบอบปกครองยิวไซออนิสต์ในภูมิภาค ดังนั้นผลกระทบทางจิตวิทยาของชัยชนะครั้งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก!

การเหลียวมองเพียงแค่บางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการก่อตัวของฮิซบุลเลาะห์ ชี้ให้เห็นว่า ทุกฝ่ายและกลุ่มต่าง ๆ เมื่อพิจารณาถึงสถานะที่ไม่ปลอดภัยของเลบานอน ถือว่าการมีกองทัพเช่นนี้ และพึ่งพาต่อกลุ่มขบวนการมุกอวิมัตอิสลาม ถือเป็นสิทธิตามธรรมชาติและสิทธิที่จะต้องได้รับในบริบทนี้  ภายใต้กรอบเช่นนี้ เมื่อทำการพิจารณาการกระทำของฮิซบุลเลาะห์ แสดงให้เห็นว่า หนึ่งในปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการก่อตัวของมัน คือการป้องกันการบุกรุก และการรุกรานทางทหารของยิวไซออนิสม์ในเลบานอนนั้นเอง

หลักการและวัตถุประสงค์ของการเคลื่อนไหวของฮิซบุลเลาะฮ์เลบานอน

สิบปี นับจากการประกาศตนอย่างเป็นทางการ ฮิซบุลเลาะฮ์ได้แถลงในจดหมายเปิดผนึกถึงบรรดาผู้ที่ถูกกดขี่ทั่วโลก ซัยยิด ฮะซันนัศรุลเลาะฮ์ เลขาธิการฮิซบุลเลาะฮ์ หลังจากการประเมินจดหมายฉบับนี้ กล่าวว่า “การลุกขึ้นต่อสู้ของเราเมื่อสิบปีที่ผ่านมา ได้ครอบคลุมไปด้วยพื้นฐานหลักการ รากฐานของเอกลักษณ์และเป้าหมายของเราและเรายังไม่ได้เปลี่ยนแปลงท่าทีและจุดยืนนี้แต่อย่างใด…”

  1. ในจดหมายเปิดผนึกของเขา ฮิซบุลเลาะฮ์ได้เน้นย้ำ ในกรอบของปรัชญา การเป็นผู้นำ ฐานนิยม และอื่น ๆในการขับเคลื่อนขบวนการ ยอมรับว่า ได้ยึดเอาศาสนาอิสลามเป็นนโยบายของการมีอยู่ของกลุ่ม และเหมือนการเคลื่อนไหวของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ที่ได้แนะนำระบบอิสลาม แต่ปฏิเสธระบอบแบบราชวงศ์อุมัยะฮ์และอับบาสียะฮ์ เพราะไม่ถือว่าพวกเขาเป็นต้นแบบของ “อิสลาม”
  2. ซัยยิด ฮะซันนัศรุลลอฮ์ แนะนำกฎหมายของศาสนาอิสลามเป็นทางออกเดียวสำหรับปัญหาของสังคมมนุษย์ในทุกที่และทุกเวลาและกล่าวว่า : เราเป็นประเทศที่ยึดมั่น ในพันธกิจของศาสนาอิสลาม และเราอยากจะพูดคุยกับทุกคนและบรรดาผู้ที่ถูกกดขี่ของโลก ให้ทำการพิจารณาในภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม  เนื่องจากภารกิจของอิสลามทำให้เกิดความยุติธรรมและสันติสุข รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงในโลก อันเป็นภารกิจอันชอบธรรมและสัจจริง
  3. ฮิซบุลลอฮ์เชื่อว่าศาสนาอิสลาม เป็นสายใยด้านอุดมการณ์และการเมือง  และจะเชื่อมโยงกับมุสลิมทั่วโลก ซัยยิด ฮะซันนัศรุลลอฮ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราลูกหลานของประชาชาติฮิซบุลลอฮ์ ซึ่งถือตนว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของประชาชาติอิสลามในโลกนี้”
  4. ฮิซบุลลออ์ยึดมั่นหลักคำสอนจากอัลกุรอานและแบบฉบับของบรรดาอะฮฺลุลบัยต์  ตลอดจนคำวินิจฉัย ที่ออกโดยผู้นำสูงสุดของชีอะฮ์ ซึ่งภาพลักษณ์ที่ชัดเจนในเรื่องนี้คือ ท่านอิมามโคมัยนี ผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ซึ่งเหล่านี้เป็นแหล่งที่มาของวัฒนธรรมของพวกเขา  และเชื่อว่าผู้นำสูงสุดมีความพยายามในการต่อสู้และเผชิญหน้ากับการโจมตีของตะวันออกและตะวันตกที่มีต่อประชาชาติอิสลาม และความพยายามที่จะทำลายแนวคิดของภารกิจของศาสนาอิสลาม และปล้นสะดมความมั่งคั่งของชาวมุสลิม และการใช้ประโยชน์จากความสามารถและพรสวรรค์ของประชาชาติอิสลามเพื่อกุมชะตากรรม และกำหนดนโยบายทางการเมืองของชาวมุสลิม

องค์ประกอบภายในและภายนอกที่มีผลต่อขบวนการฮิซบุลเลาะฮ์ในเลบานอน

ขบวนการเคลื่อนไหวของอิสลาม ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ และไม่เจริญเติบโตได้ในสุญญากาศ แต่ละขบวนการอิสลาม ก่อตัวและเติบโตในสภาพแวดล้อมทางสังคมของตนเอง และได้รับผลกระทบจากสภาวะทางการเมืองเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมของสิ่งแวดล้อมนั้นๆ

ดังนั้นเพื่อเข้าใจในทุกๆขบวนการอิสลาม ต้องคำนึงถึงสภาวะแวดล้อมด้วย แม้จะมีปัจจัยและแรงจูงใจบางอย่างที่กระตุ้นการทำงานร่วมกันของกลุ่มอิสลามนิยม  แต่รูปแบบและทิศทางของการกระทำของขบวนการอิสลามนิยมนี้ต้องคำนึงและพิจารณาจากปัจจัยทางการเมือง สังคมเศรษฐกิจและเศรษฐกิจต่างๆอีกด้วย

ขบวนการฮิซบุลเลาะฮ์เลบานอน เกิดขึ้นได้จากการต่อต้าน การรุกรานของอิสราเอลในเลบานอน ปี 1948   และค่อยๆกลายเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีอุดมการณ์ปฏิวัติมากที่สุดในหมู่ขบวนการของโลกมุสลิม อาจกล่าวได้ว่าองค์ประกอบภายในและภายนอก เช่น แบบฉบับจากการปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน  การบุกรุกของอิสราเอลในเลบานอน  สงครามกลางเมืองและการล่มสลายของระบบประชาธิปไตยทางสังคม  การกีดกันและการขาดความยุติธรรมทางสังคม  การแทรกแซงของประเทศตะวันตกในเลบานอน  สงครามเย็นและความขัดแย้งในระดับภูมิภาคและอำนาจขององค์กร และความเป็นผู้นำในทศวรรษที่ 80 เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนความเข้มข้น ที่ชาวตะวันตกเรียกมันว่า “ความรุนแรง” ของพรรคนี้  แต่ทว่าในช่วงต้นทศวรรษ 1990  ภาพลักษณ์ของพวกเขาค่อยๆเปลี่ยนไป และในระยะเวลาสั้นๆกลุ่มทหารลับนี้ ได้กลายเป็นพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ ซึ่งยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยทั้งหมด

(ติดตามตอน ที่ 2)

Source: tasnimnews