Opinion: “โรคกลัวอิหร่าน”- ข้ออ้างการขายอาวุธของสหรัฐฯให้กับชาติอาหรับ

202

รัฐบาลสหรัฐฯยุคปัจจุบัน ก็เหมือนกับรัฐบาลยุคก่อนๆ โดยอาศัยข้ออ้างภัยคุกคามจากอิหร่านในความต้องการขายอาวุธนับพันล้านให้กับประเทศต่างๆในภูมิภาค

หนังสือพิมพ์กัลฟ์นิวส์ เอมิเรตส์ ล่าสุดได้ทำการเขียนวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการเมืองของตะวันตก ว่า ประเทศตะวันตกกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยอ้างเหตุผลในการต่อต้านอิหร่าน เพื่อขายอาวุธให้แก่ประเทศในภูมิภาคนี้ และในทุกๆวันจะย้ำและอ้างว่าอิหร่านคือภัยคุกคามในภูมิภาค และภายใต้ร่มธงแห่งความหวาดกลัวนี้ ทำให้พวกเขาสามารถขายอาวุธให้กับประเทศอาหรับในภูมิภาคได้มากที่สุด

การแข่งขันทางด้านอาวุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตะวันออกกลางในอดีตไม่มีความเข้มข้นเท่าที่ควร แต่หลังจากเหตุการณ์ 11 กันยายนมีแนวโน้มที่เติบโตมากขึ้น และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการซื้อสินค้าทางทหารของประเทศอ่าวอาหรับเช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกาและบางประเทศในยุโรปโดยเฉพาะอย่างยิ่งอังกฤษกำลังตกอยู่ในภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้ประเทศนี้จึงรีบเร่งในการขายอาวุธให้กับประเทศอาหรับในแถบอ่าวเปอร์เซียมากขึ้น

เมื่อเร็ว ๆ นี้ทางกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกมาอ้างว่า ได้มีความพยายามที่จะรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคและเสริมสร้างความเข้มแข็งของพันธมิตรของตน โดยทำการขายเครื่องบินรบ F-18 Ace Di ให้กับคูเวต และให้ความช่วยเหลือด้านโลจิสติกส์มูลค่า 260 ล้านเหรียญเพื่อจัดหาเครื่องบินรบ F-16 ให้กับซาอุดีอาระเบีย และจัดเตรียมและฝึกกองกำลังทหารให้แก่ประเทศเหล่านี้

Wall Street Journal เขียนในเรื่องนี้ว่า : กลุ่มวุฒิสมาชิกสหรัฐฯเชื่อว่าทำเนียบขาวจะชะลอการขายเครื่องบินไปยังชาติอ่าวเปอร์เซีย โดยการยืนยันข้อตกลงและความล่าช้านี้อาจจะสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์ของสหรัฐกับพันธมิตรอาหรับซึ่งพวกเขากล่าวว่ากำลังต่อสู้กับ ISIS และพยายามที่จะหยุดอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคนี้
ในบทความนี้ได้ระบุเสริมอีกว่า : การขายเครื่องบินขับไล่ไอพ่นให้กับคูเวตและบาห์เรน มีการบรรลุข้อตกลงมากว่าสองปีที่ผ่านมา แต่ทำเนียบขาวยังไม่ได้อนุมัติในการส่งมอบ เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดความล่าช้านี้คือ นโยบายของรัฐบาลกลางที่บังคับให้สหรัฐฯต้องรักษาอำนาจสูงสุดของอิสราเอลในตะวันออกกลาง และเพื่อหลีกเลี่ยงการขายที่จะบ่อนทำลายอำนาจสูงสุดนี้

วุฒิสมาชิก บ็อบคเกอร์เกอร์ แจ็ครีดและแคลร์ McCaskill ได้เขียนในจดหมายถึงบารักโอบามาเมื่อเดือนที่แล้ว โดยอ้างเหตุผลว่าไม่จำเป็นต้องชะลอการขาย เพราะการขายดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบและก่อความเสียหายต่ออิสราเอล ดังนั้นควรเรียกร้องให้ทำสัญญาข้อตกลงฉบับนี้จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์

สัญญานี้มีมูลค่า 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึง เครื่องบิน F-16 ของบริษัท Lockheed Martin, F-15 F-15s และ F-18 ของบริษัทโบอิ้ง
ภายใต้สัญญาดังกล่าวมีมูลค่า 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ 2 พันล้านดอลลาร์ (สำหรับเครื่องบินรบ 17 ลำ) ที่ต้องส่งมอบให้กับบาห์เรน และมูลค่า 3 พันล้านเหรียญ (สำหรับเครื่องบินรบ 24 ลำ) ให้กับคูเวต

วุฒิสมาชิกกล่าวว่าความล่าช้าในการบังคับใช้สัญญาอาจนำไปสู่การที่ประเทศดังกล่าวไปหาผู้ขายรายอื่น ๆ เช่น กรณีคูเวตได้เซ็นสัญญากับกลุ่มสหภาพยุโรปเมื่อเดือนที่แล้ว และได้บรรลุข้อตกลงซื้อเครื่องบินของบริษัท Eurofutures จำนวน 28 ลำ

วุฒิสมาชิกทั้งสามคนเขียนไว้ในจดหมายของตนว่า “การปฏิเสธคำขอดังกล่าวทำให้ประเทศเหล่านี้หันไปหาตัวแทนจำหน่ายต่างชาติ เช่นรัสเซีย”
ดังนั้นสหรัฐอเมริกาจึงไม่ควรพลาดโอกาสที่จะขยายอิทธิพลของตนในตะวันออกกลาง และต้องรักษาความเหนือกว่าของอุตสาหกรรมเหนือคู่แข่งหรือศัตรู

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับการเจรจาด้านนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับกลุ่ม 5 + 1 จุดยืนและท่าทีของรัฐอาหรับบางชาติในภูมิภาคและสมาชิกสภาความร่วมมืออ่าวเปอร์เซียได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยที่ตรงกันข้ามกับจินตนาการในเริ่มแรก ที่มีความคืบหน้าของการเจรจานิวเคลียร์ ทำให้รัฐอาหรับภายใต้การชี้นำของสหรัฐฯได้กระชับนโยบายต่อต้านอิหร่านของพวกเขามีความรุนแรงขึ้น และทำให้สหรัฐอเมริกายิ่งส่งความช่วยเหลือทางทหารและอาวุธ

ยุทโธปกรณ์ไปยังรัฐอ่าว อีกทั้งสร้างสถานการณ์ในอิรักซีเรียและเยเมนให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดก็คือ สัญญาที่ว่าจะติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธในประเทศเหล่านี้

สรุปในตอนท้าย สามารถกล่าวได้ว่า ดูเหมือนว่าในมุมมองของอเมริกา พวกเขาจำเป็นต้องติดตั้งระบบป้องกันอากาศยานและขีปนาวุธขั้นสูงให้กับรัฐอ่าวอาหรับ อีกทั้งขายเครื่องบินรบสมัยใหม่ ซึ่งในระยะแรกพวกเขาสามารถที่จะลดศักยภาพของอิหร่านที่จะโจมตีประเทศเหล่านี้และปรับกลยุทธ์การยับยั้งอิหร่านให้อ่อนแอลงได้ โดยการเสริมสร้างขีปนาวุธให้กับประเทศเหล่านี้ และเป้าหมายที่สองจากมุมมองของสหรัฐฯ คือส่งเสริมให้ประเทศอาหรับใช้เงินรายได้ส่วนหนึ่งของน้ำมันอันมหาศาลจัดซื้ออาวุธและอุปกรณ์ทางทหารจากตะวันตกและร่วมมือกับตะวันตกเพื่อเปิดแผนยุทธศาสตร์ทางทหารของสหรัฐฯในตะวันออกกลางและอ่าวเปอร์เซีย
http://www.iribnews.ir/fa/news/2068021/ایران-هراسی-بهانه-فروش-تسلیحات-نظامي-به-اعراب