“ฝรั่งเศส” รอพิสูจน์ซีเรียมีอาวุธเคมี! ลั่น พร้อมร่วมสงครามกับพันธมิตรนาโต้!

240

ภายหลังจากตุรกีได้กรีทัพเข้าสู่ศึกในซีเรีย พร้อมกับได้ยึดครองทางตอนเหนือของประเทศ โดยที่อเมริกายึดครองทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ ขณะที่ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในซีเรียก็ยังคงดำเนินอยู่ ในเวลานี้ฝรั่งเศสก็ได้ประกาศความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ซีเรีย หากสามารถพิสูจน์การใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรียได้

นั่นหมายความว่า ด้วยการเข้ามาของทหารฝรั่งเศส ซีเรียจะกลายเป็นสนามแห่งสงครามโลกครั้งที่สามอย่างเป็นรูปธรรมและภูมิภาคเอเชียตะวันตกจะถูกแบ่งออกเป็นสนามแห่งการต่อสู้ระหว่างหลายก๊กและหลายฝ่าย

มาครอน ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้แถลงข่าวกับผู้สื่อข่าว โดยชี้ถึงสถานการณ์ล่าสุดในซีเรียว่า : “ถ้าเราได้รับหลักฐานการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย  เราก็จะดำเนินการทางทหารในทันที  แต่จนถึงขณะนี้เรายังไม่มีหลักฐานดังกล่าว”

แม้ว่ามาครอนไม่ได้กล่าวชี้ถึงรายงานของสหประชาชาติก่อนหน้านี้ แต่ด้วยการประกาศซ้ำๆถึงรัฐบาลซีเรีย ทำให้คณะมนตรีความมั่นคงไม่สามารถสรุปเหตุการณ์ล่าสุดในประเทศนี้ได้  สถานการณ์ของนักแสดงหรือตัวละครชาวต่างชาติในประเทศซีเรียมีความซับซ้อนมากขึ้น และความพ่ายแพ้ของกลุ่มผู้ก่อการร้ายโดยฝีมือจากห้องปฏิบัติการของพันธมิตรดามัสกัส ดูเหมือนจะบีบคั้น ทำให้พวกเขาและพันธมิตรจำเป็นต้องใช้กระบวนการสร้างความกดดันจากภายนอก เพื่อคว่ำบาตรความสำเร็จของรัฐบาลซีเรียและทำการกลบข่าวชัยชนะดังกล่าว โดยจะใช้สื่อเป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ

หลายฝ่ายวิพากษ์ว่า มีความเป็นไปได้ ที่จะเกิดการแทรกแซงทางการเมือง ผ่านทางกลุ่มองค์กรอิสระ (์NGO) สังกัดตะวันตกและพันธมิตรในพื้นที่ซีเรีย โดยขณะนี้ ทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่ม White Helmet ซึ่งได้พยายามเสนอให้มี safety zone (พื้นที่ปลอดภัย) สำหรับกลุ่มก่อการร้าย และพบข้อมูลว่ากลุ่มดังกล่าว พร้อมขบวนการอัลกออิดะห์ได้ลักลอบนำถังคลอรีนซึ่งเป็นสารเคมีฆ่าเชื้อจำนวน ๒๐ ถัง เข้าไปในอิดลิบ และพื้นที่อื่น ในความพยายามสร้างกระแสว่ากองทัพซีเรียใช้อาวุธเคมีทำร้ายประชาชนในซีเรีย ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวจะเป็นการปูทางให้อเมริกา อิสราเอลและฝรั่งเศสเตรียมพร้อมในการใช้เครื่องบินรบโจมตีทหารซีเรีย หากเป็นไปตามแผนการที่ถูกเตรียมพร้อมไว้ในกรณีกลุ่มก่อการร้ายใช้อาวุธเคมีแล้วโยนความผิดให้รัฐบาลซีเรียเป็นผลสำเร็

อย่างไรก็ดี ยังมีผู้เชี่ยวชาญบางรายตั้งข้อสังเกต โดยกล่าวสรุปว่า “ความเป็นไปได้ที่ทหารฝรั่งเศสจะเข้าสู่สนามรบในซีเรียอยู่ในระดับที่ต่ำมาก”  มาครอนไม่เต็มใจอย่างแน่ที่จะทำให้ปารีสต้องออกค่าใช้จ่ายสงครามครั้งใหม่   ในขณะที่วิกฤตการณ์ทางการเงินของสงครามกลางเมืองยังไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร และเราไม่สามารถคาดหวังว่าปารีสจะเข้ามามีส่วนร่วมสงครามในซีเรีย”

ในทางตรงกันข้าม รัสเซียไม่ต้องการแบ่งผลประโยชน์ในซีเรีย และรัฐบาลซีเรียทราบว่าความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระหว่างกรุงเตหะรานกับดามัสกัสได้นำไปสู่ข้อตกลงด้านความมั่นคง และหากว่าดามัสกัสถูกคุกคามอีก  กรุงเตหะรานก็จะให้การช่วยเหลือทางการทหารในซีเรียอย่างแน่นอน  รัฐบาลฝรั่งเศส และแม้แต่รัฐบาลของทรัมป์ ก็ไม่อาจที่จะคาดคิดได้ว่า มันจะเกิดสงครามรูปแบบใดบ้าง ก่อนที่อเมริกาจะตัดสินใจหาทางเลือกทางทหารต่อดามัสกัสและอาจจะมีการจัดวาระการประชุมโต้เถียง เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการเจรจาทางการเมือง

Source: iuvmpress