ยิว-สหรัฐฯ ปั่นจลาจลในอิหร่าน “เบี่ยงกระแส” เยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงอิสราเอล!

497
US President Donald Trump (L) and Israel's Prime Minister Benjamin Netanyahu shake hands after delivering a speech at the Israel Museum in Jerusalem on May 23, 2017. / AFP PHOTO

เกิดเหตุจลาจลที่ไม่คาดคิด กระจัดกระจายและมีผู้เข้าร่วมจำนวนน้อยในอิหร่าน แต่ทว่ามันได้กลายเป็นกระแสอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก หลังจากการขยายตัวของการล่าอานานิคมของระบอบยิวไซออนิสม์ในเยรูซาเล็ม (Quds)  ซึ่งสร้างความเป็นไปได้ต่อสมมุติฐานที่ว่า ห้องปฏิบัติการก่อกวนและก่อจลาจลครั้งนี้ในอิหร่าน มีต้นเหตุมาจากระบอบยิวไซออนิสต์

เมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้กรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลและวางแผนที่จะย้ายสถานทูตในกรุงเทลอาวีฟไปยังเมืองเยรูซาเล็ม  หลังจากการประกาศฉบับนี้ ประเทศอิสลามได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ต่อการตัดสินใจครั้งนี้ และแม้แต่พันธมิตรสหรัฐฯก็ได้คัดค้านการตัดสินใจดังกล่าว

นอกจากนั้นการตัดสินใจดังกล่าวยังถูกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประณามอีกด้วย  เกิดคลื่นกระแสการเดินประท้วงดินแดนที่ถูกยึดครองของปาเลสไตน์อย่างกว้างขวาง   อิหร่านก็ประกาศให้การสนับสนุนปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง และนายพลกอซิม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับผู้นำของฮามาสก็ได้ประกาศสนับสนุนกลุ่มมุกอวิมัต (กองกำลังต้านทาน) ในปาเลสไตน์

สามสัปดาห์หลังจากเริ่มมีการประท้วงทั่วโลกต่อการล่าอานานิคมของระบอบการปกครองยิวไซออนิสม์ และการกระทำของรัฐบาลยิวไซออนิสต์ในเยรูซาเล็ม  ก็ได้เกิดการประท้วง(จลาจล)ในอิหร่านอย่างไม่คาดคิด ทั้งนี้การประท้วงมีคุณลักษณะดังนี้  1) กระจัดกระจาย   2) จำนวนผู้เข้าร่วมน้อย   3) บ่อนทำลาย 4) มีนัยยะ

จากคุณลักษณะสี่ประการในความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้  เราสามารถสรุปได้ว่า เป้าหมายคือการดึงดูดความสนใจของโลกไปยังอิหร่านและเบี่ยงเบนจากประเด็นอื่น(ที่สำคัญกว่า)  ซึ่งเมื่อพิจารณาจากคุณลักษณะเหล่านี้และสัญญาณทั้งหมด เราสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างการล่าอานานิคมของระบอบการปกครองยิวไซออนิสต์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในปาเลสไตน์กับแผนการของทรัมป์ เพื่อให้แผนการดังกล่าวบรรลุผลอย่างรวดเร็ว เป็นไปตามข้อตกลงครั้งศตวรรษ จึงสร้างและหนุนการก่อจลาจลอย่างแพร่หลายในอิหร่านอย่างมีนัยยะและเงื่อนงำ

ข้อสังเกตที่บ่งชี้ว่ายิวไซออนิสต์และอเมริกาอยู่เบื้องหลังการประท้วง คือ  

  1. ในเวลาเดียวกันที่เกิดเหตุความวุ่นวายและจลาจล  ผู้นำสหรัฐฯและผู้นำยิวไซออนิสต์ได้ออกมาให้การสนับสนุนความวุ่นวายอย่างรวดเร็ว
  2. ในเวลาเดียวกันที่เกิดเหตุความวุ่นวายและจลาจล พรรค Likud ได้อนุมัติแผนการผนวกฝั่งตะวันตกและฉนวนกาซาไปยังอิสราเอล
  3. Knesset (รัฐสภาไซออนิสต์) ห้ามไม่ให้มีการถ่ายโอนพื้นที่บางส่วนของเยรูซาเล็มให้กับชาวปาเลสไตน์ นั่นหมายความว่าเป็นการสร้างเมืองยิวไซออนิสต์อย่างสมบูรณ์และป้องกันการก่อตัวของรัฐปาเลสไตน์โดยมีเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวง
  4. ศูนย์วิจัยความมั่นคงของระบอบยิวไซออนิสต์ ในการประเมินภัยคุกคามใหม่ที่รัฐบาลอิสราเอลต้องเผชิญ ได้ ระบุว่าหนึ่งในภัยคุกคามเหล่านี้คือการเพิ่มกำลังสำคัญของอิหร่าน ฮิซบุลลอฮ์ และซีเรียที่ชายแดนโกลาน  และยื่นข้อเสนอว่าอิสราเอลควรปรับความเข้าใจทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการกับสหรัฐฯในการเผชิญหน้ากับอิหร่านเพื่อทำให้อิหร่านไปสู่ความอ่อนแอ
  1. Avigdor Lieberman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามของอิสราเอล กล่าวว่า ผลประโยชน์ของอิสราเอลคือการทำให้สายตาของชาวโลกหันหน้าไปยังสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอิหร่านไม่ใช่ฉนวนกาซา

6. Farim Hawley อดีตประธานมอสสาดกล่าวกับ Jerusalem Post ว่า การประท้วงในอิหร่านจะเป็นประโยชน์ต่อเรา

7. Haytham Abu Saeed คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนและผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลและความมั่นคงยุโรปได้ออกมาแสดงปฏิกิริยาต่อความวุ่นวายล่าสุดในอิหร่าน โดยได้เน้นย้ำว่า จากข้อมูลที่เขาได้รับ พบว่าการเคลื่อนไหวและการกระทำเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติและน่าสงสัย ประเด็นสำคัญคือมีการวางแผนไว้อย่างดีทั่วทั้งจังหวัดในอิหร่าน ซึ่งมันไม่สามารถเป็นเรื่องที่เกิดโดยปัจเจกบุคคลหรือเกิดขึ้นเองตามวิถีปกติ และการจลาจลเหล่านี้ เป็นแผนสมรู้ร่วมคิดที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งตะวันตกได้กล่าวว่า ห้องบัญชาการแห่งการสร้างการจลาจลและความวุ่นวายครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อิสราเอลและรัฐอาหรับบางชาติสั่งการอยู่ในเมือง Erbil และ Herat

Source: iribnews