วิเคราะห์: การเปลี่ยนแปลงสี่ประการ สร้าง “ความหวัง” ซีเรีย พัฒนาประเทศอีกครั้ง!

98
Maarat al-Numaan, Idlib, Syria, April 2014; photograph by Nish Nalbandian from A Whole World Blind, a collection of his photographs from northern Syria. It has just been published by Daylight.

นักวิเคราะห์ชาวอาหรับกล่าวว่า การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงหลักสี่ประการในซีเรียเป็นสิ่งยืนยันว่า ซีเรียได้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของสงครามขึ้นทุกขณะ

อับดุลบารี  อัฏวาน นักวิเคราะห์ชาวอาหรับ ได้เขียนบทความลงในเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ Riyal Oliyum โดยเขียนว่า “การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานสี่ประการในซีเรีย พิสูจน์ให้เห็นว่า วิกฤติในประเทศนี้จะสิ้นสุดลงเร็วๆนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายหลังจากการปรากฎขึ้นของรถโดยสารสีเขียว(ที่บรรทุกกลุ่มก่อการร้ายผู้ติดอาวุธ)  ในเมืองรักกาห์ และการควบคุมเมือง El-Maidenโดยกองทัพซีเรีย

เขากล่าวว่า “ประเทศซีเรียมีการเปลี่ยนแปลง และสถานการณ์ในประเทศนี้ก็เริ่มดีขึ้น อีกทั้งกำลังออกจากสภาวะที่ยากลำบาก และสามารถก้าวผ่านความยากลำบากและความเจ็บปวดมานาน7 ปี  ด้วยการรักษาเยียวยารอยบาดแผลที่ถูกทิ้งไว้”

จำนวนผู้เสียชีวิตและการทำลายล้างชะลอตัวลง ผู้พลัดถิ่นบางคนกลับคืนสู่เมืองและหมู่บ้าน เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือสร้างที่พักพิงของตัวเองที่เคยถูกบ่อนทำลายจนกลายเป็นซากปรักหักพัง หลังจากที่ต้องหลบหนีกับความทุกข์ทรมานและการถูกเลือกปฏิบัติในประเทศอื่นๆ

ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมามีการพัฒนาใหญ่ ๆ สี่ประการดำเนินขึ้น ภายใต้สถานการณ์ในซีเรีย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการฟื้นตัว และแสดงภาพลักษณ์ซีเรียใหม่จากเศษสงครามและการนองเลือด 

เขาตั้งข้อสังเกตว่า การพัฒนาประการแรก คือความสำเร็จของกองทัพซีเรีย ด้วยความช่วยเหลือของกลุ่มพันธมิตรรัสเซีย และนักรบฮิซบุลลอฮ์ นั่นคือการยึดเมืองอัล – ไมเดนซึ่งเป็นฐานหลักสุดท้ายของกลุ่ม ISIL ในจังหวัด Deir-Salur  และกลุ่มนี้ไม่มีทางเดินเท้าในตะวันออกของซีเรีย ยกเว้นเมืองอัล – บูกะมาลบนพรมแดนอิรักเท่านั้น

การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงประการที่สองคือ การล่าถอยของนักรบไอซิสจากเมืองอัล – รักกาห์ โดย “รถเมล์สีเขียว” ซึ่งทำหน้าที่ขนย้ายผู้ก่อการร้ายติดอาวุธ ไปยังพื้นที่สุดท้ายในการควบคุมกลุ่มนี้ทางตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติส (ดูเพิ่ม:)  ทั้งนี้การดำเนินการเกิดขึ้นได้ ผ่านการไกล่เกลี่ยของคนท้องถิ่น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนองเลือดออกมากขึ้น   ในเมืองอัล – รักกาห์

การพัฒนา ประการที่สาม คือการตอบรับ ในเชิงบวกของรัฐบาลเขตปกครองตนเองชาวเคิร์ด ไปยังภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย ตามข้อเสนอของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของซีเรีย Walid Al-Mu’alem ซึ่งนำเสนอในการเดินทางไปมอสโคว์ไม่กี่วันก่อน  ข้อเสนอนี้ ยังรวมถึงการเจรจาเพื่อสร้างรัฐอิสระขึ้นภายในกรอบอำนาจอธิปไตยของซีเรียหลังจากการล่มสลายของไอซิส

การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงที่สี่ คือการร้องขอของเจ้าหน้าที่ซีเรีย ให้รัฐบาลตุรกีถอนทหารออกจากจังหวัด Idlib ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การปรากฏตัวของกองกำลังต่างประเทศจะไม่ได้รับการยอมรับในอาณาเขตของตนอีกต่อไป

แผนของรัฐบาลซีเรียที่ได้นำเสนอ และปฏิกิริยาบวกของชาวเคิร์ดต่อเรื่องนี้ บ่งชี้ถึงการก่อตัวของโฉมหน้าหรือภาพลักษณ์ใหม่ของซีเรียในอนาคต “ซีเรียใหม่” ขึ้นอยู่กับความหลากหลายทางการเมืองและชาติพันธุ์ภายใต้หลักการของการเป็นมีส่วนร่วมและการอยู่ร่วมกันและการแก้ปัญหาทางการเมืองและการเจรจาต่อรองในรูปแบบและวิธีเดียวกัน

การแก้ปัญหาวิกฤติ และการบรรลุประชาธิปไตยที่ชาวซีเรียกำลังเรียกร้อง บางคนคิดว่าการที่รัฐบาลซีเรียได้เงียบไปไม่กี่วัน ในขณะที่กองทัพตุรกีได้มาถึงยังจังหวัด Idlib นั้น เป็นสัญญาณเห็นชอบและตกลงของดามัสกัสกับการดำเนินการครั้งนี้  แต่คำร้องขอของรัฐบาลซีเรียให้ถอนทหารตุรกีแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกมั่นใจและความเชื่อมั่นในขีดความสามารถทางทหารของดามัสกัสมากขึ้นกว่าเดิม

ซีเรียจะไม่ยอมรับการปรากฏตัวของกองกำลังต่างประเทศในดินแดนของตน โดยไม่ได้รับความยินยอมจากดามัสกัสอีกต่อไป  ทั้งนี้แรงจูงใจของตุรกีที่จะส่งกองกำลังไปยัง Idlib  เป็นสิ่งที่น่าสงสัย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแทรกแซงนี้ เกิดขึ้นได้ผ่านข้อตกลงและการประสานงานของกลุ่มติดอาวุธ Tahrir al-Sham หรือ Jabhat al-Nusra Front ที่ติดอยู่ในรายชื่อกลุ่มผู้ก่อการร้าย

แน่นอนว่า การปรับปรุงอย่างรวดเร็วของสถานการณ์ภาคสนามในซีเรีย ภายใต้กรอบการรักษาเอกภาพแห่งชาติ และการครอบงำของกองทัพในหลายส่วนของประเทศจะนำไปสู่การปรองดองแห่งชาติ และเริ่มต้นกระบวนการบูรณะประเทศซีเรีย

ชาวซีเรียหรือ อย่างน้อยที่สุด ได้เรียนรู้บทเรียนจากประสบการณ์ในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา  บทเรียนที่สำคัญที่สุดคือการตระหนักถึงแผนการของอเมริกาที่จะทำลายประเทศของตนและการใช้ชาวซีเรียบางส่วนเพื่อเป็นเครื่องมือในการประสบความสำเร็จในแผนนี้

การสนับสนุนของเสียงส่วนใหญ่ของชาวซีเรียในการแข่งขันฟุตบอลโลกในรอบคัดเลือก แม้จะมีอุปสรรคต่างๆนานา  แต่ก็เป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ซีเรียเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งมีอารยะธรรมอันยิ่งใหญ่ สมควรได้รับชีวิตที่ดีในดินแดนของตนเอง และสามารถพัฒนาได้อีกครั้ง และเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนหนึ่งของแผนสมรู้ร่วมคิดครั้งใหญ่ที่มีต่อซีเรียต้องล้มเหลว เมื่อเผชิญหน้ากับการยืนหยัดต่อสู้ของประชาชนในประเทศนี้และข้อเท็จจริงภาคสนามได้ปรากฏเห็นแล้วอย่างชัดแจ้ง

Source: iuvmpress