ความยากจน และความด้อยโอกาสทางการศึกษา คือ “ปัจจัย” ที่หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความสุดโต่งทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์

180

ความยากจนที่แพร่ขยายในวงกว้าง และความด้อยโอกาสทางการศึกษาในภาคใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ ทำให้กลุ่มหัวรุนแรงและผู้ก่อการร้ายสามารถใช้ประโยชน์จากปัจจัยเหล่านี้ ดึงดูดคนหนุ่มสาวด้วยการจ่ายเงินเดือนและสัญญาสวรรค์

เขตพื้นที่ที่มีความวุ่นวายของมุสลิมมินดาเนาในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ที่ประกอบด้วย 27 จังหวัด ซึ่งในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้ต่อสู้กับรัฐบาลกลางเพื่อบรรลุเป้าหมายในการได้รับเอกราช

สภานการณ์ความรุนแรงภายในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งยังคงเกิดเหตุการณ์ความไม่มั่นคงอย่างต่อเนื่อง และการสร้างความมั่นคงกลับคืนมาคือเป้าหมายหลักของรัฐบาล ทำให้เกิดภาวะไร้การศึกษา และความยากจนในภูมิภาคก็เพิ่มมากขึ้น

Rommel Banlaoi ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อสันติภาพ ความรุนแรง และการก่อการร้ายในฟิลิปปินส์ เชื่อว่า การโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อดึงดูดนักรบต่างชาติในเมืองมินดาเนาสำหรับกลุ่มก่อการร้ายไอซิสนั้น ได้ทำมาเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ผู้สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายเมาเต้ ที่เป็นเครือข่ายไอซิสเพิ่มมากขึ้น

กลุ่มเมาเต้ เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายในมินดาเนาที่เริ่มมีการต่อสู้ติดอาวุธในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา กับรัฐบาลกลางและเนื่องจากการปะทะกับรัฐบาล ทำให้สมาชิกของพวกเขาเสียชีวิตมากถึง 800 กว่าคนในเมืองมารารี และอีกหลายพันคนถูกบังคับให้ออกจากบ้าน

Rommel Banlaoi ผู้สังเกตการณ์การเคลื่อนไหวในมินดาเนา โดยผ่านรายงานและแหล่งข้อมูลต่างๆกล่าวว่า การสรรหาสมาชิกใหม่อยู่ระหว่างการดำเนินการในอัตราที่รวดเร็ว นอกจากนี้ บุคคลที่กำลังดิ้นรนเพื่อเชิญชวนสมาชิกใหม่ ๆ ก็มีความซับซ้อนมากขึ้น และพวกเขายังถือว่าเป็นกองกำลังที่สำคัญ

ตามรายงานดังกล่าว นอกจากโรงเรียนสามัญ โรงเรียนศาสนาแล้ว ยังมีศูนย์ดูแลเยาวชน ที่เป็นเวทีสำคัญของผู้ก่อการร้ายสำหรับการรับสมัครสมาชิกใหม่

แม้ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลฟิลิปปินส์จะทำงานร่วมกับนักวิชาการทางศาสนาเพื่อขจัดความคิดสุดโต่งออกจากมัสยิด และเนื้อหาด้านการศึกษา ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่กองทัพบางคนเชื่อว่า ความพยายามเหล่านี้มันอ่อนแอมาก เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดประสิทธิภาพในการดำเนินการ อันเนื่องมาจากเงินทุนก่อการร้ายมาจากหลายช่องทางและมีวิธีการที่หลากหลายในการล่อลวงเยาวชน

ตามรายงานระบุว่า ผู้ก่อการร้าย หลังจากที่ได้ดึงเอาบรรดาเยาวชนและวัยรุ่นเหล่านี้ได้แล้ว ก็จะเรียกมาฝึกอบรมทักษะต่างๆในค่ายฝึก พร้อมกับให้เงินเดือน 15,000 เปโซ (294 เหรียญ) และอาหารทุกมื้อ

เยาวชนบางคนที่จบหลักสูตรเหล่านี้ ได้พูดถึงประสบการณ์ของพวกเขา โดยอ้างว่า ในค่ายฝึกอบรมเหล่านี้ มีเยาวชนเข้าร่วมมากกว่า 40 คน

การฝึกอบรมทักษะการต่อสู้และการใช้อาวุธเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้ก่อการร้ายพึ่งพาในการอบรม

รัฐบาลฟิลิปปินส์เชื่อว่าความยากจนและระดับการศึกษาที่ต่ำ หรือการขาดการศึกษาในหมู่ผู้คนในภูมิภาคทำให้พวกเขาถูกล่อลวงและโดนหลอกใช้ประโยชน์โดยกลุ่มหัวรุนแรงในพื้นที่ได้ง่าย

กระทรวงศึกษาธิการของฟิลิปปินส์รายงานว่า การศึกษาในปีที่แล้วในภูมิภาค ซึ่งประกอบด้วย 27 จังหวัด มีจำนวนนักเรียนที่ลงทะเบียนลดลงไปถึงระดับต่ำสุด และจำนวนผู้ที่เลิกเรียนยังเพิ่มมากขึ้น

ตามสถิติตัวเลขนี้มีเพียง 32.4 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับค่าเฉลี่ย 68 เปอร์เซ็นต์ ของนักเรียนชาวฟิลิปปินส์ที่เข้าเรียนในโรงเรียนในเขตมินดาเนา ซึ่งมีต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอย่างมาก

ประมาณครึ่งหนึ่งของครัวเรือนมินดาเนายังอยู่ในความยากจน โดยมีรายได้ต่ำกว่า 9,664 เปโซ (177 เหรียญสหรัฐต่อเดือน) ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของรัฐบาลที่กำหนดสำหรับเงินเดือนในรายเดือน

ขณะที่ในส่วนอื่น ๆ ของฟิลิปปินส์มีเพียงประมาณ 16.5% ของประชากรอาศัยอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์เงินเดือนต่อรายเดือน แต่อัตราค่าเฉลี่ยดังกล่าวอยู่ในเขตมินดาเนาประมาณ 66.3%

ความยากจนไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้เกิดความคลั่งไคล้และความสุดโต่ง ซึ่งตามรายงานบางฉบับเผยว่า บรรดาเยาวชนในเมืองและนักเรียนตกเป็นเป้าของกลุ่มก่อการร้าย และเป็นกลุ่มบุคคลที่มีการศึกษา ซึ่งมีทักษะในการใช้สื่อทางสังคมเป็นอย่างดี

ในหมู่ชนเหล่านี้ (เยาวชนในเมืองที่ได้รับการศึกษา) กลุ่มเป้าหมายหลักของกลุ่มก่อการร้าย คือกลุ่มนักกิจกรรมเครือข่ายสังคมที่เขียนบทความเกี่ยวกับความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจสังคมและความยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า ผู้ก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรงยังพยายามที่จะอาศัย ทั้งความโง่เขลาและความยากจนในภูมิภาคมินดาเนา และการพึ่งพาประชากรในวัยหนุ่มที่ได้รับการศึกษา ซึ่งแสดงความไม่พอใจต่อความไม่เสมอภาคทางสังคมและเศรษฐกิจของพวกเขาในสื่อในการดึงสมาชิกของตนให้เพิ่มมากกขึ้น

Source: http://www.irna.ir/fa/News/82673764