การปรากฏตัวของสหรัฐฯในซีเรียและอิรัก คือ ‘หายนะ’ สำหรับพลเรือนผู้บริสุทธิ์!

452

รายงานที่ถูกเผยแพร่ออกมาหลายฉบับเผยว่า พลเรือนจำนวนมากได้ถูกสังหารหรือได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีโดยเครื่องบินรบอเมริกา ขณะที่กองกำลังสหรัฐฯไม่ได้พยายามระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของผู้ก่อการร้าย การปฏิบัติการโดยปราศจากข้อมูลที่แม่นยำส่งผลกระทบทำให้พลเรือนจำนวนมากถูกสังหาร

Rice Dillon โฆษกพันธมิตรระหว่างประเทศของกลุ่มต่อต้านไอซิส กล่าวในแถลงการณ์ว่า เราคาดว่าจะมีสงครามที่โหดร้ายกับไอซิสในเมืองรักกาห์ ซีเรีย  แม้ว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายจำนวนมากจะใช้วิธีการที่รุนแรงและป่าเถื่อน และจะใช้วิธี macaulometric หรือทำทุกวิธีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของพวกเขา  ทางกองกำลังสหรัฐก็เช่นเดียวกันได้ดำเนินการในซีเรียและอิรักตามคำขวัญหรือสโลแกนนี้ โดยไม่คำนึงถึงชีวิตของพลเรือนและประชาชนธรรมดา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว จากหลาย ๆ กรณี การดำเนินการเหล่านี้ ไม่ได้ส่งผลแง่บวก ทำให้เกิดการปลดปล่อยเขตพื้นที่เพื่อสนับสนุนรัฐและประชาชนในดินแดนนั้น คือ อิรักและซีเรียแต่ประการใด

ในเรื่องนี้ ทางกองทัพสหรัฐฯก็ได้กล่าวยอมรับในแถลงการณ์ว่า เครื่องบินรบของตนได้ฆ่าพลเรือนชาวซีเรียไปแล้วกว่า 188 ราย ตั้งแต่ปี 2014 ในการตอบสนองไปยังแผนการที่พวกเขาเรียกว่าการต่อสู้และการปราบปรามผู้ก่อการร้ายไอซิสในซีเรีย นอกจากนี้ในเดือนพฤศจิกายนปี 2016 รายงานฉบับใหม่ 16 ฉบับได้เปิดเผยว่า พลเรือนได้ถูกสังหารในการโจมตีของสหรัฐฯในซีเรียและอิรัก  เครื่องบินรบของอเมริกามักจะกำหนดเป้าหมายโจมตีไปยังเขตที่อยู่อาศัยของพลเรือนชาวซีเรียด้วยข้ออ้างในการต่อสู้กับการก่อการร้าย

เจ้าหน้าที่อิรักกล่าวว่า ขณะที่เขาอยู่ในการปฏิบัติการต่างๆ สิ่งที่เขาเห็นในกองกำลังอิรัก จากหลายกรณี มีความจำเป็น สมควรจะดำเนินปฏิบัติการทางอากาศเพื่อกำหนดเป้าหมายโจมตีกองกำลังไอซิส แต่แล้วการดำเนินการนี้ กลับถูกเลื่อนออกไปและไอซิสก็ลอยนวลออกจากการควบคุม  แต่ในเวลาที่ไม่จำเป็น และในขณะที่มีความเสี่ยงจะเกิดอันตราย ทำให้มีการเสียชีวิตของพลเรือน การดำเนินการเหล่านี้กลับมีผลบังคับใช้ทันที

สิ่งที่เราจะสื่อก็คือ ไม่มีกระบวนการที่เป็นเหตุผล และถูกต้องสำหรับกองทัพสหรัฐฯ ในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย และความซับซ้อนนี้ได้ก่อให้เกิดความสงสัยไปยังความตั้งใจที่จะต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย อย่างไรก็ตามมีรายงานมากมายว่าสหรัฐฯให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้าย Jabhat al-Nusra และกลุ่มก่อการร้าย Abaa จากการสู้รบกับพวกเขา ปัญหานี้ได้รับการกล่าวถึงหลายครั้งโดยทางการรัสเซีย

ดังนั้น จึงสามารถมองเห็นได้ว่าอเมริกายังไม่ประสบความสำเร็จในการบรรลุผลสำเร็จทางทหาร โดยเห็นได้จาก ปฏิบัติการของพวกเขา ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตจากพลเรือน  ความจริงพวกเขาไม่สมควรทำอะไรก็ตาม โดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์ในสงครามดังกล่าว  แต่ละกลุ่มจะต้องคำนึงถึงประชาชนในการรุกคืบ และดำเนินการ โดยปราศจากการสังหารหมู่และภัยพิบัติที่อันตรายต่างๆต่อพลเรือน

ขณะที่กองกำลังอิรักด้วยความเข้าใจที่ชัดเจน และด้วยการพิจารณาเงื่อนไขของแต่ละภูมิภาค จึงมีการปฏิบัติการและสามารถปลดปล่อยหลายพื้นที่ เช่น ฟาลูจาห์ และโมซุลจากการถูกยึดครองของไอซิส  เงื่อนไขที่ซับซ้อนและเปราะบางของ โมซูล ทำให้กระบวนการปลดปล่อยใช้เวลาประมาณเก้าเดือน แต่ในทิศทางนี้ กองกำลังอิรักพยายามจะไม่รีบเร่งเพื่อดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของพลเรือน ขณะที่ไอซิสใช้วิธีที่โหดร้ายมากที่สุด ใช้มนุษย์เป็นโล่เพื่อต้านทานกองกำลังอิรัก แต่กองกำลังติดอาวุธของอิรักที่มีระดับความคิดรอบคอบสูงพยายามที่จะปลดปล่อยพื้นที่ให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตน้อยที่สุด ด้วยเหตุนี้ประชาชนจึงหนีเข้ามาพึ่งทหารอิรักในกระบวนการปลดปล่อยโมซูล และพวกเขาเห็นว่าทหารอิรักเป็นผู้ช่วยชีวิตของพวกเขา

Source:alwaght.com