ซาอุฯ-สหรัฐฯ หนุน ISIS หลังข้อมูลเงินเดือนผู้ก่อการร้ายรั่วไหลในโลกออนไลน์

446

ข้อมูลเงินเดือนของหน่วยก่อการร้าย ISIS ที่สหรัฐฯและซาอุดีอาระเบียให้การสนับสนุน รั่วไหลในโลกออนไลน์ หลังจากที่ตำรวจอิรักในเมือง Mosul พบเอกสารแสดงผลประโยชน์ต่างๆของเหล่าผู้ก่อการร้ายภายในองค์กร

ตามที่มีระบุไว้ในเอกสาร การจ่ายค่าแรงให้แก่ผู้ก่อการร้ายจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสถานะของนักต่อสู้ผู้นิยมสงคราม และจำนวนบุตรสมาชิกที่เขาพึงมีภายในครอบครัว

Sputniknews.com รายงาน: นักต่อสู้ผู้นิยมสงคราม ได้รับเงินค่าจ้างรายเดือนต่ำสุด อยู่ที่ประมาณ 72 ดอลลาร์ หรือ 95,000 ดินารอิรัก

อบูจานา ผู้ซึ่งถือกำเนิดในปี 1991 ดำรงสถานะสมรส และเป็นบิดาของเด็กอีก 3 คน ได้รับเงินค่าจ้างเป็นจำนวนเงินถึง 184 ดอลลาร์ ขณะที่ นักต่อสู้ผู้นิยมสงครามภายในรายชื่อ นามว่า อบู นัสเซอร์ ผู้ซึ่งถือกำเนิดในปี 1962 ดำรงสถานะสมรถ และมีบุตรเป็นจำนวน 6 คน ได้รับเงินค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 256 ดอลลาร์

แหล่งข่าวประจำท้องถิ่นบอกกับ Sputnik ว่า จำนวนการจ่ายเงินสามารถผันแปรได้เสมอ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยทั่วไปแล้ว ค่าแรงของนักต่อสู้ผู้นิยมสงคราม จะเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนของภรรยาและบุตรที่เขาพึงครอบครอง ทว่าในเวลาเดียวกัน เงินเดือนก็มักจะไม่สูงมากกว่าไปกว่า 300 ดอลลาร์

นอกจากนี้ พวกแกนนำของกลุ่มก่อการร้ายยังไม่เพียงแต่รับเงินค่าจ้างรายเดือนเท่านั้น ทว่าพวกเขายังได้รับเงินเพิ่มเติม จากการขายทรัพย์สินที่ขโมยมาได้จากประชาชนทั่วไป สันนิษฐานว่า เงินเดือนของแกนนำขบวนการดาอิชจะตกอยู่ที่ประมาณ 500 ดอลลาร์ หรือ สูงไปกว่านั้น แม้ว่าปีนี้พวกเขาจะกำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงิน จากการที่สัมพันธมิตรระหว่างประเทศ ได้ทำการระเบิดโจมตีไปยังธนาคารหลายแห่งที่เป็นสถานที่รับเงินของพวกเขา

เมื่อปีที่แล้ว Sputnik ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเงินค่าจ้างรายเดือนของบรรดาผู้ก่อการร้ายประจำปี 2014 ในขณะที่พวกเขาเพิ่งจะเริ่มมีอิทธิพลยึดครองจังหวัด Nineveh และ Anbar เมื่อตอนนั้น เงินค่าแรงของนักต่อสู้ต่างชาติอยู่ที่ 1,300 ดอลลาร์ พร้อมด้วย รถยนต์ ภรรยา และเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นการขาดดุลสำหรับเหล่านักต่อสู่ท้องถิ่น

นักต่อสู้ดาอิชท้องถิ่นได้รับเงินเดือนต่ำกว่า อยู่ที่ 600 ดอลลาร์ต่อเดือน จำนวนเงินที่มากนั้นมีความเกี่ยวข้องกับ ข้อเท็จจริงที่ว่า กลุ่มดังกล่าวมีอิทธิพลควบคุมแหล่งน้ำมัน และได้ทำการจัดส่งน้ำมันดิบอย่างผิดกฎหมายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

Source : yournewswire

loading...
loading...